วอนนายกรัฐมนตรีช่วยด้วย!!! ชาวบ้านสุดทนร้องปัญหาบ่อขยะเทศบาลตำบลบ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ก่อมลพิษ สูดดมกลิ่นเหม็นเจ็บป่วยอื้อ หน่วยงานรัฐไร้น้ำยาแก้ปัญหา

ภูมิภาค30 ธ.ค. 2561 • 18:00 น.
วอนนายกรัฐมนตรีช่วยด้วย!!! ชาวบ้านสุดทนร้องปัญหาบ่อขยะเทศบาลตำบลบ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ก่อมลพิษ สูดดมกลิ่นเหม็นเจ็บป่วยอื้อ หน่วยงานรัฐไร้น้ำยาแก้ปัญหา
อุดรธานี-วอนนายกรัฐมนตรีช่วยด้วย!!! ชาวบ้านสุดทนร้องปัญหาบ่อขยะเทศบาลตำบลบ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ก่อมลพิษ สูดดมกลิ่นเหม็นเจ็บป่วยอื้อ หน่วยงานรัฐไร้น้ำยาแก้ปัญหา หนำซ้ำเอกชนในพื้นที่แอบนำขยะมาทิ้งจี้เอาผิด ชาวบ้านถามเปลี่ยนผู้ว่าฯหลายท่าน เปลี่ยน นอภ.หลายท่าน แต่ทำไมแก้ปัญหาไม่ได้สักที วันที่ 30 ธันวาคม 2561 ที่กองและบ่อขยะเทศบาลตำบลบ้านผือ ถนนสายบ้านผือ –บ้านค้อ หมู่ 3 ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ชาวบ้าน ม.3 ม.12 ต.บ้านผือ ม.6 ต.บ้านค้อ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี นำโดย นายทองใบ มุงคุณ อายุ 65 ปี นายสมศักดิ์ สิงห์ทรายขาว อายุ 61 ปี พร้อมชาวบ้าน ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ หลังจากสื่อนำเสนอข่าว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา มีเพียงนำรถดับเพลิงมาดับไฟที่เกิดจากการเผาขยะ ชาวบ้านมองว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก ทั้งๆที่ปัญหานี้ชาวบ้านเดือดร้อนมานานหลายปีแล้ว ทั้งจากกลิ่นเหม็น และควันจากการเผาขยะก่อให้เกิดอุบัติเหตุในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งจากการตรวจสอบพบส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติก รองมาคือเศษผ้า และขยะทั่วไป ทั้งเปียกและแห้ง ส่งกลิ่นเหม็นตลอดเวลารวมทั้งควันไฟ นายทองใบ มุงคุณ กล่าวว่า ต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องผู้มีอำนาจย้ายกองและบ่อขยะออกไปโดยเร็วที่สุด หรือหาทางแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบบ่อขยะทั้ง ต.บ้านผือ และ ต.บ้านค้อ ต้องทนเดือดร้อนอยู่แบบนี้ สร้างปัญหาด้านต่างๆ แก่ชุมชน นักท่องเที่ยวและผู้สัญจรอย่างมาก บ่อและกองขยะแห่งนี้มีผู้รับผิดชอบโดยตรง และนำขยะมาทิ้งคือเทศบาลตำบลบ้านผือ ใช้ที่ดินสาธารณะ นำขยะมาทิ้งหลายปีแล้ว เปลี่ยนผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีไปหลายท่าน เปลี่ยนนายอำเภอบ้านผือ ไปหลายท่าน แต่ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข และยังไม่มีใครมาแก้ปัญหาได้ ชาวบ้านเห็นตั้งงบประมาณมาจัดการทุกปี แต่เหมือนผลาญงบประมาณทิ้ง เพราะไม่เคยแก้ปัญหาได้จริง “ผลกระทบที่สำคัญคือ การเกษตร นาข้าว ปลาเลี้ยง พื้นที่การเกษตร กินข้าวเที่ยงก็ต้องกางมุ้งและจุดเทียนไล่แมลงวันที่มีจำนวนมาก เจ็บป่วยด้วยโรคผิวหนัง คัน และหืดหอบ โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคปอดอักเสบ อยากให้ผู้มีอำนาจโดยตรงมาแก้ไข และที่ชาวบ้านข้องใจคือ เอกชนในพื้นที่อำเภอบ้านผือ หลายราย นำขยะแอบมาทิ้งตอนกลางคืนได้อย่างไร ใครอนุญาต ทำถูกกฎหมายหรือไม่อย่างไร เพราะหลังจากนำมาทิ้งก็มีการเผา พอตอนเช้ามากลิ่นควันไฟก็สร้างปัญหาให้ชาวบ้านทันที ไม่รวมประชาชนที่สัญจรไปมาต่างต้องคอยระวังการเกิดอุบัติเหตุจากควันไฟ ซึ่งชาวบ้านเห็นป้ายรถยนต์ที่นำขยะมาทิ้งชัดเจนว่าเอกชนรายดังกล่าวเป็นใคร มีอำนาจ อิทธิพลขนาดไหนในพื้นที่ เป็นไปได้อยากให้ นายกรัฐมนตรีลงมาแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน หากแก้ได้ ชาวบ้านจะเลือกท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยแน่นอน” นายทองใบ กล่าวหนักแน่น ด้าน นายสมศักดิ์ สิงห์ทรายขาว ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวเพิ่มเติมว่า กล่าวสิ่งที่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบต้องการคือ ให้ผู้มีอำนาจผู้เกี่ยวข้องย้ายบ่อและกองขยะออกไปจากพื้นที่โดยเร็วที่สุดและอย่ามาทิ้งในบริเวณนี้หรือพื้นที่ใกล้เคียงอีกต่อไป ส่วนจะแก้ปัญหาโดยการสร้างบ่อเก็บหรือเตาเผาอย่างไรที่ไหนที่เหมาะสมกว่านี้ก็แล้วแต่จะดำเนินการ หากยังนำขยะมาทิ้งมาเผาที่เดิมอีกประชาชนจะรวมตัวกันเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ไปยังศาลากลางจังหวัดอุดรธานี เพื่อเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีทันที หรืออาจเดินทางไปที่กรุงเทพมหานคร เพื่อยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทราบถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ทนมานานหลายปี นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ชาวบ้านร่วมกันออกมาร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้ามาสำรวจช่วยเหลือย้ายบ่อขยะ หรือดำเนินการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หลังต้องทนสูดดมกลิ่นเหม็นเน่าของขยะที่หมักหมม ทั้งยังได้รับผลกระทบจากกลิ่นควันไฟที่ไหม้ขยะคละคลุ้ง ที่สำคัญยังต้องเสี่ยงกับเชื้อโรค และมลพิษที่ถูกชะล้างออกจากบ่อขยะที่ไม่ได้จัดการอย่างถูกวิธี ทำให้ชาวบ้านโดยเฉพาะเด็ก คนชรามีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ ปวดศีรษะ อาเจียนเชื่อว่าเกิดจากสารพิษตกค้างในร่างกาย และทำให้ผลผลิตทางการเกษตรกรเสียหายอีก “ชาวบ้านต้องทนเดือดร้อนกับบ่อขยะเจ้าปัญหาดังกล่าวมาเป็นเวลานานหลายปีแล้วเคยร้องเรียนไปยังทางเทศบาลตำบลบ้านผือ ที่ขออนุญาตใช้พื้นที่ดังกล่าวในการทำบ่อขยะเข้ามาหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน แต่ก็ไม่มีการดำเนินการแก้ไขใดๆ ทำให้ชาวบ้านต้องทนสูดดมกลิ่นเหม็น และมลพิษจากบ่อขยะดังกล่าวมาจนถึงทุกวันนี้ จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง หากเป็นไปได้ก็อยากให้ย้ายบ่อขยะดังกล่าวออกจากพื้นที่ เพื่อลดกระทบให้กับชาวบ้านด้วย” นายสมศักดิ์ กล่าว และกล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านต้องทนสูดดมกลิ่นเหม็น เสี่ยงต่อเชื้อโรคจากแมลงวันที่มาตอมกองขยะ และมลพิษจากกองขยะสะสมจำนวนมากมานานหลายปีแล้ว หลายคนมีอาการเจ็บป่วย ที่ผ่านมาเคยร้องขอให้ทางเทศบาลตำบลบ้านผือ ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงเพื่อลดผลกระทบให้กับชาวบ้านหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการเหลียวแลแก้ไขใดๆ โดยไม่สนใจความเดือดร้อนชาวบ้าน ซึ่งหากการร้องเรียนในครั้งนี้ไม่เป็นผล ชาวบ้านที่เดือดร้อนก็จะรวมตัวกันไปร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานีอีกครั้งและนายกรัฐมนตรีต่อไป สำหรับบ่อขยะดังกล่าว เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2559 นายสมหวัง พ่วงบางโพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี (ในขณะนั้น) นำคณะเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมภาค 9 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี สาธารณสุขอำเภอบ้านผือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ และตัวแทนประชาชน ได้ลงพื้นที่เพื่อร่วมกันตรวจสอบปัญหา และได้การสั่งการในการแก้ไขปัญหา คือ ให้เทศบาลตำบลบ้านผือทำรั้วกั้นบริเวณหน้าบ่อขยะ และประตูปิด-เปิด เข้าบ่อขยะเพื่อป้องกันการลักลอบทิ้งและเผาขยะ โดยเทศบาลตำบลบ้านผือรับผิดชอบ นอกจากนี้ให้เขียนป้าย “ห้ามทิ้งขยะโดยไม่ได้รับอนุญาต และห้ามเผาขยะ” ติดตั้งบริเวณหน้าบ่อขยะ ให้ทำการเกลี่ยขยะที่ทิ้งไม่ถูกวิธีเข้าสู่กองขยะ และให้ อปท.ที่เกี่ยวข้อง (ทต.บ้านผือ, อบต.บ้านค้อ, อบต.หายโศก) ทำความเข้าใจกับพนักงานเก็บขยะของตนในการนำขยะมาทิ้งให้ถูกวิธี และจัดเวรยามเฝ้าระวังการลักลอบเผาขยะ (ทปค.อ.บ้านผือ, สภ.บ้านผือ รับผิดชอบ) และดำเนินโครงการก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอยที่ถูกหลักวิชาการ (Controlled dump) งบประมาณ 493,000 บาท โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุดรธานี รับผิดชอบโครงการ ทั้งนี้ภายหลังมีการดำเนินการตามคำสั่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีในขณะนั้น กลับพบว่าไม่ได้แก้ปัญหาอะไรให้กับชาวบ้านในพื้นที่เลย ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นเหม็น และควันจากการเผาขยะก่อให้เกิดอุบัติเหตุในการใช้รถใช้ถนน เช่นเดิมและยิ่งช่วงนี้เข้าสู่ฤดูหนาวปัญหากลิ่นและควันยิ่งสร้างปัญหาทำให้ชาวบ้านรอบบ่อขยะเจ็บป่วยจากโรคทางเดินหายใจ. ภัทรวินทร์ ลีปาน อุดรธานี