ท้องถิ่นเคลื่อนไหวเข้ม จี้ให้ รฟท.เปลี่ยนรูปแบบก่อสร้างรถไฟทางคู่ ยกระดับช่วงผ่านโคราช
รูปแบบการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ขอนแก่น-ชุมทางถนนจิระ-มาบกะเบา ช่วงเส้นทางผ่านจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานนโยบาย และแผนการขนส่ง และจราจร (สนข.) ระบุเป็นทางรถไฟบนดินสร้างคู่ขนานกับทางรถไฟเดิม เพื่อความปลอดภัยและความรวดเร็วในการเดินทางระบบราง ต้องปิดจุดตัดถนนข้ามทางรถไฟ ซึ่งมีเครื่องกั้นควบคุมการเปิดปิดด้วยมนุษย์ และอัตโนมัติ เพื่อสร้างทางต่างระดับในรูปแบบสะพานข้าม และเกือกม้าตามที่กำหนดไว้ในบางจุด ทำให้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงมีหลายภาคส่วนทั้งองค์กรรัฐและเอกชน รวมทั้งประชาชนเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยมิได้คัดค้านแต่ขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ฐานะเจ้าของโครงการ ฯ ทบทวนพิจารณารูปแบบทางรถไฟช่วงผ่านเมืองโคราช เป็นทางยกระดับ
ที่สำนักงานเทศบาลตำบล (ทต.) หนองไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม นายไพบูลย์ พฤกษ์พนาเวศ นายก ทต.หนองไผ่ล้อม ฯ พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชน ร่วมประชุม หารือเพื่อกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวร่วมกับหลายภาคส่วน กรณีพื้นที่ตำบลหนองไผ่ล้อม ได้รับผลกระทบจากโครงการ ฯ ซึ่งต้องถูกแบ่งแยกจากปัญหายกเลิกจุดตัดถนนทางข้ามรถไฟ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเชื่อมต่อกับตัวเมืองนครราชสีมา
นายไพบูลย์ ฯ นายก ทต.หนองไผ่ล้อม อ.เมือง ฯ เปิดเผยว่า ร้อยละ 90 ของประชากรในเขตตำบลหนองไผ่ล้อมเป็นทหารบก และทหารอากาศ นิยมใช้เส้นทางสัญจรดังนี้ ถนนราชดำเนิน หน้าทางเข้ากองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี และถนนพิบูลละเอียด หน้าทางแยกสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งต้องใช้ทางต่างระดับข้ามแทน ผลกระทบในอนาคต กำลังทหารและครอบครัวกว่า 4,000 คน และการลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์จะต้องเผชิญกับปัญหานานานับปการและซอยโรงต้ม ข้างสำนักงานสรรพากรภาค 9 นครราชสีมา ซึ่งเป็นทางเชื่อมต่อระหว่างบ้านบุ่งกับชุมชนวัดหนองบัวรอง ซึ่งเป็นพื้นที่มีการเลี้ยงม้าแข่งมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีจำนวนม้าแข่งสายพันธุ์ดีกว่า 200 ตัว ถือเป็นอัตตาลักษณ์ของตำบล คนกับม้าอยู่ร่วมกันนานกว่า 50 ปี แต่รูปแบบยกเลิกจุดทางข้ามให้ใช้ทางต่างระดับหน้าค่ายสุรนารีแทน กิจวัตรทุกเช้ามืด คนจะต้องจูงม้าไปฝึกซ้อมที่สนามกีฬาทหารหรือสนามม้าโคราชและให้ม้าอาบน้ำและว่ายน้ำในบุ่งตาหลั่วเล็ก วิถีชีวิตเหล่านี้จะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อคนจูงม้านับร้อยตัวทยอยเดินข้ามทางต่างระดับไปซ้อมม้าก็คงเป็นเรื่องที่แปลกมากๆ ตนฐานะตัวแทนชาวตำบลหนองไผ่ล้อม ขอประกาศจุดยืนจะร่วมสนับสนุนทุกภาคส่วนเสนอให้รัฐบาลและ รฟท. แก้ไขแบบรูปการเส้นทางรถไฟทางคู่ เป็นทางยกระดับตลอดเส้นทาง เพื่อให้ประชาชนมี วิถีการดำเนินชีวิตดังเดิม ไม่เกิดปัญหาระยะยาว เพราะเมืองถูกแบ่งเป็น 2 ฝั่ง แม้นต้องใช้งบเพิ่มขึ้น แต่ความคุ้มค่าในระยะยาวจะมีมากกว่าและไม่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคต

นางอมรรัตน์ ทุดาประดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านบุ่ง หมู่ 1
นางอมรรัตน์ หรือผู้ใหญ่ไข่ ทุดาประดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านบุ่ง หมู่ 1 ต.หนองไผ่ล้อม ฯ กล่าวว่า ชาวโคราชไม่มีเจตนาขัดขวางความเจริญของเมือง โดยเฉพาะการพัฒนาระบบคมนาคม แต่รูปแบบดังกล่าว ส่งผลกระทบทั้งตรงและอ้อม หาก รฟท. ยังยืนยันรูปแบบเดิม ชาวหนองไผ่ล้อม จะเคลื่อนไหวคัดค้านให้ถึงที่สุด
นายอ้อ มุ่งแซกกลาง อายุ 54 ปี ผู้ดูแลม้าแข่ง กล่าวว่า มีอาชีพเลี้ยงม้าแข่งกว่า 40 ปี ทุกวันต้องจูงม้า เดินข้ามผ่านทางรถไฟไปฝึกซ้อมที่สนาม ฯ และอาบน้ำในบุ่งตาหลั่วเล็ก ซึ่งเป็นสระน้ำหน้าวัดบุ่งรวมระยะทางไปกลับประมาณ 2 กิโลเมตร หากจุดข้ามทางรถไฟถูกปิดถาวร อนาคตยังนึกไม่ออกจะพาม้าเดินไปยังไง ผู้มีอำนาจส่งสารพวกเราด้วย