ตำรวจกาฬสินธุ์ยันจับอดีตช่างโยธาทำตามพยานหลักฐานเชื่อมค้ายาบ้า
ผู้การกาฬสินธุ์ ยันตำรวจสภ.สมเด็จจับกุมอดีตช่างโยธาฯอบต.นาทราย ชาวจังหวัดนครพนมเป็นไปตามพยานหลักฐานเชื่อมโยงเครือข่ายค้ายาเสพติด โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่ใช้โทรประสานส่งยาพบเป็นชื่อของผู้ต้องหาจนนำไปสู่การออกหมายจับ
จากกรณีเพจดังเพจหนึ่งได้รับการร้องทุกข์จากลูกเพจ เพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากสมาชิกครอบครัวคือนายสุวัตร โพนชัยยา ซึ่งเป็นอดีตนายช่างโยธาชำนาญงาน สังกัด อบต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีพยายามจำหน่ายยาเสพติด ซึ่งขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำ จ.กาฬสินธุ์ หลังจากถูกตำรวจสภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ และชุดสืบสวนสภ.นครพนม จับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา หลังจากชุดสืบสวนทำการล่อซื้อยาบ้าจากเครือข่ายค้ายาเสพติด และมีการนัดส่งยากันที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 667 ถนนสายสมเด็จ-ห้วยผึ้ง เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2561
ซึ่งครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้จำนวน 1,992 เม็ด ส่วนคนร้ายหลบหนีไปได้ และจากการสอบสวนขยายผลพบว่า คนที่ติดต่อโดยการใช้โทรศัพท์มือถือในการส่งยามีชื่อเป็นเจ้าของเบอร์คือนายสุวัตร จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ ทั้งนี้ในส่วนของผู้ต้องหานั้นได้ให้การปฏิเสธ พร้อมระบุว่า เคยทำบัตรประชาชนหาย แต่ไม่ได้แจ้งความ เนื่องจากมีพลเมืองดีส่งไปรษณีย์มาคืน ต่อมาพบว่ามีคนนำบัตรประชาชนไปเปิดซื้อซิมโทรศัพท์ และมาทราบภายหลังว่าเป็นกลุ่มรับจ้างจนยาเสพติดและจำหน่ายยาบ้า จนถูกจับกุมตัวดังกล่าว
ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าสอบถามถึงรายละเอียดของคดีกับ พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ซึ่ง พล.ต.ต.สมนึก ได้ชี้แจงถึงคดีดังกล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 ตำรวจชุดสืบสวนสภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ สืบทราบว่าในช่วงดังกล่าวมักมีเครือข่ายค้ายาเสพติดนำยาบ้ามามาส่งให้กับเครือข่ายในพื้นที่บ่อยครั้ง จึงได้ให้สายลับติดต่อกับเครือข่ายค้ายา เพื่อที่จะล่อซื้อยา จำนวน 2,000 เม็ด ซึ่งทางเครือข่ายค้ายาที่เป็นผู้หญิงแจ้งว่าเดี๋ยวจะติดต่อกลับไป จากนั้นก็มีชายโทรศัพท์เข้ามาหาสายลับ พร้อมนัดสถานที่ส่งยาบ้า โดยจะนำไปวางไว้ที่หลักกิโลเมตรถนนสายสมเด็จ-ห้วยผึ้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการดักซุ่มจับ แต่กลุ่มคนร้ายไหวตัวทันหลบหนีไปได้ แต่เจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าได้จำนวน 1,992 เม็ด จึงนำของกลางและหลักฐานส่งพนักงานสอบสวนสภ.สมเด็จ
พล.ต.ต.สมนึก กล่าวต่อว่า โดยจากการขยายผลพบว่า เบอร์โทรศัพท์ที่มีคนโทรเข้ามายังสายลับในการติดต่อสั่งซื้อยาบ้าครั้งนี้ เป็นชื่อของนายสุวัตร ที่ใช้เปิดเบอร์โทรศัพท์ และจากการตรวจสอบกับเครือข่ายโทรศัพท์ก็พบว่าเป็นการนำบัตรประชาชนไปเปิดเบอร์ซื้อซิม พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานยื่นขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ในข้อหาพยายามจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จากนั้นจึงมีการสืบหาตัวจนทราบว่านายสุวัตรทำงานเป็นช่างโยธาฯ อยู่ที่ จ.นครพนม เจ้าหน้าที่จึงไปเชิญตัวและขอจับกุม
พล.ต.ต.สมนึก กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าคดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนได้ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนและกระบวนการทางกฎหมาย เริ่มจากการล่อซื้อจาก ยึดของกลาง จนนำไปสู่ขยายผลพบเจ้าของโทรศัพท์ และมีมูลเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้หา จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับจากศาล ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งใคร เพราะทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่รู้จักกับผู้ต้องหา ซึ่งหากผู้ต้องหายืนยันว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวก็ต้องหาหาพยานหลักฐานมาชี้แจงต่อศาล เพราะขณะนี้คดีดังกล่าวผ่านขั้นตอนของตำรวจ ส่งอัยการและเข้าสู่กระบวนการส่งฟ้องศาลแล้ว