กาชาดตรัง “ติวเข้ม” อาสาสมัครสภากาชาดไทยดูแลตนเองของผู้สูงอายุ

ภูมิภาค23 เม.ย. 2562 • 11:24 น.
กาชาดตรัง “ติวเข้ม” อาสาสมัครสภากาชาดไทยดูแลตนเองของผู้สูงอายุ
วันนี้ (23 เม.ยง62) ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมพัฒนาอาสาสมัครสภากาชาดไทย หลักสูตรการดูแลตนเองของผู้สูงอายุ โดยมี นางเอื้อจิตร เจริญทรัพย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง โดยมีคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง อาสาสมัครสภากาชาดจังหวัดตรังร่วมรับการอบรม จาก10อำเภอ จำนวน50คน นางเอื้อจิตร กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมของผู้สูงอายุ เนื่องจากจำนวนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศในปีพ.ศ. 2563 ดังนั้นในภาวะที่สังคมของเราเป็นสังคมที่มีผู้สูงอายุในสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งทุกฝ่าย ทุกหน่วยงานได้มุ่งเน้นเรื่องของการให้ความรู้เกี่ยวกับ การป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพ รวมทั้งการบำบัดฟื้นฟูให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี ลดปัญหาการเจ็บป่วยหรือเป็นโรคเรื้อรัง โดยให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด อันจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยการจัดการอบรม เป็นการจัดการอบรม หลักสูตร “การดูแลตนเองของผู้สูงอายุ”ให้ผู้เข้ารับการอบรมซึ่งเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ทั้ง 10 อำเภอ จำนวน 50 คน จะสามารถจัดอบรมเพื่อขยายผลให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุอย่างยั่งยืนในโอกาสต่อไป นายลือชัย กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมผู้สูงอายุจังหวัดตรัง มีประมาณ 15-16 % ซึ่งมีมากขึ้น ทั้งนี้วิสัยทัศน์ของจังหวัดตรังเป็นเมืองแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี คาดว่าไม่เกิน 12 ปี จะมีผู้สูงอายุมากถึง 20% จำนวนประชากร 100 คนจะมีผู้สูงอายุ 20 คน จึงเป็นภาระที่จะต้องเตรียมในเรื่องเหล่านี้ ดังนั้นการอบรมอาสาสมัครสภากาชาดไทย การดูแลผู้สูงอ ายุ โดยศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอามัยสภากาชาดไทย อาสาสมัครมาด้วยอุดมการณ์ที่อยากจะทำงานให้สังคม เหมิอนๆกับจิตอาสาที่มีความมุ่งมั่นในอันที่จะช่วยเหลืองานกาชาด ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนในเรื่องคุณภาพชีวิต ใน 1-2 ปีข้างหน้าจังหวัดตรังจะต้องเปลี่ยนในเรื่องของผู้สูงอายุที่จะต้องมีจำนวนมากขึ้นมีการดูแลผู้สูงอายุที่ปรับเปลี่ยนไปเช่นกัน จะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองได้ด้วย จึงต้องให้ความรู้กับผู้สูงอายุในองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ซึ่งผู้ที่เข้ารับการอบรมที่มาจากต่างพื้นที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน อันจะนำไปเผยแพร่ความรู้ให้กับผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีและความสุขในช่วงบั่นปลายของชีวิตต่อไป