สกัดจับรถตู้ลอบขนแรงงานชาวลาวหนีเข้าเมือง 36 คนไม่สนโควิดระบาด

ภูมิภาค9 ม.ค. 2565 • 11:43 น.โดย ขวัญชัย หาญประโคน​
สกัดจับรถตู้ลอบขนแรงงานชาวลาวหนีเข้าเมือง 36 คนไม่สนโควิดระบาด
ตำรวจ สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ สนธิกำลังหลายหน่วยงาน สกัดจับ 2 รถตู้ลอบขนแรงงานเถื่อนชาวลาวหนีเข้าเมือง 36 คนไม่สนโควิดระบาด รับได้ค่าจ้างคันละ 4 พันบาท กระจายส่งไปขายแรงงานที่ กทม.และพัทยาตามออเดอร์ ด้านแรงงานเผยที่บ้านไม่มีงานทำต้องยืมเงินมาจ่ายค่านายหน้าคนละ 8,500 -10,000 บาทหวังจะได้ค่าแรงส่งกลับบ้าน เตรียมขยายผลจับนายหน้า วันที่ 9 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ตำรวจ สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้สนธิกำลังกับตำรวจชุดสืบภาค 3 ตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ ตำรวจทางหลวง และ ตม. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.ปริญญา พรเดชาพิพัฒ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์, พ.ต.อ.วิษณุ อาภรณ์พงษ์. ผกก.สภ.กระสัง. , ได้สกัดจับกุมรถตู้ 2 คัน ที่บริเวณสี่แยกสัญญาณไฟแดง(ระกา) ต.บ้านปรือ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ หลังได้รับแจ้งจากสายว่ารถทั้ง 2 คัน ได้ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จากการตรวจสอบภายในรถตู้พบแรงงานต่างด้าวชาวลาวทั้งชายและหญิงนั่งแออัดกันในรถ นับได้รวม 36 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำตัวแรงงานต่างด้าวทั้งหมด พร้อมทั้งนายกิตติพล ทองเติม อายุ 30 ปี ชาว อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี และนายบุญทัน วิลามาศ อายุ 54 ปี ชาว อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี คนขับรถตู้ทั้ง 2 คัน ไปสอบสวนที่ สภ.กระสัง จากการสอบถามนายกิตติพล คนขับรถตู้ ยอมรับว่า ได้ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวชาวลาวดังกล่าวมาจริง โดยได้ค่าจ้างขนคันละ 4,000 บาท โดยจะนำไปส่งที่กรุงเทพมหานคร และพัทยา จ.ชลบุรี ตามคำสั่งของนายหน้าที่ว่าจ้าง ส่วนแรงงานต่างด้าวอ้างว่าเสียค่าหัวคนให้กับนายจ้างคนละ 8,500 – 10,000. บาท ส่วนใหญ่ก็จะไปหยิบยืมเงินคนอื่นมาจ่าย เพราะที่บ้านไม่มีงานทำจึงอยากมาหางานทำที่ประเทศไทย บางคนเคยเดินทางมาทำงานในไทยแล้วได้เงินกลับไปเลี้ยงดูคนที่บ้าน จึงอยากจะมาทำงานอีกโดยไม่สนว่าเป็นช่วงสถานการณ์โควิดระบาด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ทำประวัติแรงงานต่างด้าวทุกคนไว้ พร้อมแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และกระทำการหรือดำเนินการใดๆซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป” ก่อนจะผลักดันกลับประเทศ ส่วนคนขับรถตู้ทั้ง 2 คน ถูกแจ้งข้อหา “ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น และช่วยประการใดๆให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม และกระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป” ซึ่งการจับกุมแรงงานต่างด้าวครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และตำรวจภูธรจ.บุรีรัมย์ ในการตั้งด่านตรวจเข้มทั้งตามแนวชายแดน และจุดตรวจสกัดพื้นที่ชั้นใน เพื่อป้องกันการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง ป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด ซึ่งการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวครั้งนี้ ได้มีรถยนต์ขับนำหน้าเป็นสะเก้าคอยบอกเส้นทางและหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นสายตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ