ARDA ผนึกสมาคมทุเรียนไทย ยกระดับ “คุณภาพ–มาตรฐาน” ทุเรียนไทย สร้างความเชื่อมั่นตลาดโลก สานต่องานวิจัยอีก 5 ปี จากสวนถึงส่งออก เร่งเทคโนโลยีตรวจคุณภาพ–รับมาตรฐานตลาดคู่ค้า
วันที่ 17 สิงหาคม 2569 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA นำโดย ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และ สมาคมทุเรียนไทย นำโดย นายกฤติเดช อยู่รอด นายกสมาคมทุเรียนไทย ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การวิจัยและพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาทุเรียนไทยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทุเรียนสู่การใช้ประโยชน์” เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมอีก 5 ปี มุ่งเชื่อมโยงโจทย์จากเกษตรกร ผู้ประกอบการ
และภาคการส่งออกเข้าสู่กระบวนการวิจัย พร้อมขยายการพัฒนาเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และขีดความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนไทยในตลาดโลก โดยมีคณะผู้บริหารและผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงแรมมณีจันท์รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
ความร่วมมือครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคการเกษตรและเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากทุเรียนเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญของไทย โดยข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ปี 2568 ไทยส่งออกทุเรียนสดสู่ตลาดโลก 979,045 ตัน มูลค่ากว่า 125,737 ล้านบาท ขณะที่ช่วงวันที่ 1 มกราคม – 19 กรกฎาคม 2569 ไทยส่งออกทุเรียนสดไปยังจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักแล้วกว่า 1 ล้านตัน มูลค่ากว่า 114,818 ล้านบาท สะท้อนถึงความสำคัญทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมทุเรียน และความจำเป็นในการรักษาคุณภาพ มาตรฐาน และความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า ขณะที่ จังหวัดจันทบุรีถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตทุเรียนสำคัญของประเทศ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรประเมินว่า ฤดูกาลผลิตปี 2569 จันทบุรีจะมีผลผลิตทุเรียนประมาณ 683,027 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.66 จากปีก่อน การลงนามความร่วมมือที่จังหวัดจันทบุรีครั้งนี้จึงเกิดขึ้นท่ามกลางบริบทของพื้นที่ฐานการผลิตสำคัญ ซึ่งมีโจทย์ตั้งแต่การจัดการสวน คุณภาพผลผลิต ไปจนถึงมาตรฐานและการส่งออก
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่าง ARDA และสมาคมทุเรียนไทย ในการเชื่อมโจทย์จากเกษตรกรและภาคการส่งออกเข้าสู่กระบวนการวิจัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สามารถนำไป “แก้ปัญหาจากพื้นที่จริง” ตั้งแต่การจัดการแปลงปลูก การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการรองรับข้อกำหนดและมาตรฐานของตลาดส่งออก พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดจาก MOU ฉบับแรกที่ทั้งสองหน่วยงานร่วมดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2564 และครบกำหนดระยะเวลา 5 ปี
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 โดยที่ผ่านมาได้ร่วมกันผลักดันงานวิจัยที่ครอบคลุมโจทย์สำคัญของการผลิตทุเรียน ตั้งแต่ การติดตามสุขภาพดินและการจัดการดอก–ผล การให้น้ำอย่างแม่นยำ การวิเคราะห์ดินและพืชเพื่อสนับสนุนการจัดการปุ๋ย ตลอดจนการศึกษาการผลิต คุณภาพ และการสะสม–สูญเสียธาตุอาหารในระบบการผลิตทุเรียนหมอนทอง เพื่อสร้างองค์ความรู้สำหรับการบริหารจัดการสวนอย่างแม่นยำและเหมาะสมกับความต้องการของพืช องค์ความรู้เหล่านี้ถือเป็นฐานสำคัญในการยกระดับการจัดการสวนจากการอาศัยประสบการณ์ ไปสู่การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีสนับสนุนการตัดสินใจ ช่วยให้เกษตรกรบริหารจัดการปัจจัยการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมคุณภาพผลผลิตได้สม่ำเสมอมากขึ้น
สำหรับความร่วมมือในระยะ 5 ปีต่อจากนี้ ARDA และสมาคมทุเรียนไทยจะขยายโจทย์วิจัยจากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในสวน สู่การแก้ปัญหาตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การเก็บเกี่ยว การตรวจสอบและคัดแยกคุณภาพ ความปลอดภัยของผลผลิต ไปจนถึงมาตรฐานและข้อกำหนดด้านการส่งออก ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนไทยในตลาดโลก หนึ่งในเทคโนโลยีที่จะเร่งต่อยอดคือ การใช้เทคโนโลยี CT Scan ทุเรียน เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคัดแยกและตรวจสอบคุณภาพภายในโดยไม่ทำลายผลผลิต โดย ARDA จะเชื่อมความร่วมมือระหว่างสมาคมทุเรียนไทย นักวิจัย และภาคเอกชน เพื่อผลักดันเทคโนโลยีจากงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง
ในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการตรวจสอบทุเรียนอ่อน–แก่ และการตรวจพบหนอนภายในผล ซึ่งมีผลโดยตรงต่อคุณภาพสินค้าและความเชื่อมั่นของตลาดอีกโจทย์สำคัญคือการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องและแนวทางจัดการความเสี่ยงจาก การปนเปื้อนแคดเมียมในผลผลิตเพื่อการส่งออก เพื่อวางแนวทางจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ลดความเสี่ยงต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการ และรองรับมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารของประเทศคู่ค้า นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการวิจัยด้านเทคโนโลยีก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดการใช้สารเคมีและผลกระทบต่อแรงงาน การยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้เขตร้อน ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีตรวจสอบและคัดแยกคุณภาพ เพื่อช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มมูลค่าผลผลิตตลอดห่วงโซ่
ด้านนายกฤติเดช อยู่รอด นายกสมาคมทุเรียนไทย กล่าวว่า การแข่งขันของอุตสาหกรรมทุเรียนในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ปริมาณผลผลิตเพียงอย่างเดียว แต่คุณภาพ ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามมาตรฐานของประเทศคู่ค้า ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาตลาดส่งออก ความร่วมมือกับ ARDA จึงเป็นโอกาสในการนำปัญหาที่เกิดขึ้นจริงจากเกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาคการส่งออก
การต่อยอดมาพัฒนาเป็นโจทย์วิจัยและเทคโนโลยีที่ตอบความต้องการของอุตสาหกรรม ตั้งแต่การบริหารจัดการสวน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งออก เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุเรียนไทยในตลาดต่างประเทศ
“5 ปีที่ผ่านมาเราเห็นแล้วว่างานวิจัยสามารถเข้ามาช่วยตอบโจทย์การผลิตทุเรียนได้หลายด้าน และความร่วมมืออีก 5 ปีจากนี้เราจะต้องก้าวไปอีกขั้น ด้วยการนำโจทย์ใหม่ของภาคการผลิตและการส่งออกมาพัฒนาเป็นงานวิจัย และเร่งนำเทคโนโลยีที่พร้อมไปใช้จริง เป้าหมายไม่ใช่เพียงทำให้เกษตรกรผลิตทุเรียนได้ดีขึ้น แต่ต้องทำให้ทุเรียนไทยมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และรักษาความเชื่อมั่นของตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง” นายกฤติเดช กล่าว
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวปิดท้ายว่า การสานต่อความร่วมมืออีก 5 ปีในครั้งนี้ จะเป็นการต่อยอดจากฐานงานวิจัยเดิมไปสู่ความท้าทายใหม่ของอุตสาหกรรมทุเรียน โดยเชื่อมปัญหาจากพื้นที่เข้ากับงานวิจัย เทคโนโลยี มาตรฐาน และความต้องการของตลาด เพื่อให้องค์ความรู้และนวัตกรรมสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเสี่ยง ยกระดับคุณภาพ และเพิ่มมูลค่าผลผลิต เป้าหมายสำคัญคือทำให้งานวิจัยตอบโจทย์เกษตรกรและภาคการส่งออกอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ทุเรียนไทยไม่เพียงผลิตได้อย่างมีคุณภาพ แต่ต้องได้มาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่น และแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก








