ม.เกษตรฯ จัด “KU Thai Textile Fest 2026” สืบสานผ้าไทยและต่อยอดสู่ Soft Power ผสานงานวิจัย การตลาด และความคิดสร้างสรรค์ ดันผ้าไทยจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจระดับสากล พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่อยากใช้และสืบต่อ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยกองกีฬา ศิลปะและวัฒนธรรม ร่วมกับ ภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ จัดงาน “KU Thai Textile Fest 2026” สืบสานผ้าไทย เทิดไท้พระพันปีหลวง ระหว่างวันที่ 10–11 สิงหาคม 2569 ณ อาคารระพีสาคริก เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “พระมารดาแห่งผ้าไทย” พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนมรดกทางภูมิปัญญาผ้าไทยจากความงามดั้งเดิม สู่การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่
ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความภาคภูมิใจและพร้อมสนับสนุนการสืบทอดมรดกผ้าไทยอย่างเต็มกำลัง ผ่านศักยภาพทางวิชาการและงานวิจัยที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
“ขอขอบคุณนักวิชาการและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ผ้าไทย ตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม การทอเป็นผืนผ้า การออกแบบ จนกระทั่งเกิดผลผลิตลงสู่ชุมชน มก. มีความพร้อมทั้งงานวิจัยที่สามารถผลักดันเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้ผ้าไทยเป็นสิ่งที่โดดเด่นเคียงคู่คนไทยอย่างยั่งยืน”
ด้าน ดร.ณัฐกันย์ ชินนรานันทน์ หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มก. และ หัวหน้าโครงการจัดงาน ฯ กล่าวว่า การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมในยุคปัจจุบันต้องทำควบคู่กับการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการตลาด เพื่อต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยและชุดไทยพระราชนิยม จากระดับประเทศไปสู่ระดับโลก
ในการจัดงานครั้งนี้ ดร.ณัฐกันย์ ได้ให้ทัศนะเชิงลึกถึงทิศทางใหม่ของการขับเคลื่อนผ้าไทยไว้ว่า โจทย์สำคัญของสังคมในปัจจุบันต้องมองก้าวข้ามคำว่า “ผ้าไทยสวยและควรอนุรักษ์” แต่ต้องทำให้เห็นว่าผ้าไทยเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจ คนรุ่นใหม่ การตลาด และอนาคตของวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง
“หัวใจสำคัญคือทำอย่างไรให้คนทั่วไป โดยเฉพาะ Gen Z และคนรุ่นใหม่ รู้สึกว่าผ้าไทยสามารถอยู่ในชีวิตประจำวันได้จริง ทั้งการเรียน การทำงาน การท่องเที่ยว หรือการเข้าสังคม การอนุรักษ์ที่ยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียงการเก็บรักษาของเดิม แต่คือการทำให้คนรุ่นใหม่ ‘อยากใช้ อยากใส่ และอยากสืบต่อ’ การอนุรักษ์ที่ดีที่สุด คือการทำให้สิ่งนั้นยังมีคนใช้”
ดร.ณัฐกันย์ กล่าวเสริมในมุมมองนักการตลาดว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การบอกว่าผ้าไทยมีคุณค่า แต่คือการทำให้ผู้บริโภครับรู้คุณค่านั้น และเปลี่ยนจากความชื่นชมไปสู่การใช้จริงและการสนับสนุนจริง เมื่อวัฒนธรรมเชื่อมโยงกับความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ และเทคนิคการตลาด ผ้าไทยจะสามารถเดินทางจาก Local Wisdom ไปสู่ Global Value ได้อย่างมีความหมาย
บรรยากาศตลอดการจัดงานทั้ง 2 วันเต็มไปด้วยความคึกคักและการนำเสนอผ้าไทยในมิติที่ทันสมัย ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ
- แฟชั่นโชว์และศิลปะการแสดง: การแสดงแบบผ้าไทยประจำถิ่น 4 ภาค โดยนิสิตชมรมนาฏศิลป์และชมรมนิสิตอีสาน มก. ร่วมด้วยแฟชั่นโชว์ชุดไทย “จากราชสำนักสู่ปวงประชา” โดยผู้บริหาร คณาจารย์ นิสิต บุคลากรจิตอาสา สมาชิกชมรมสยามภัสตราภรณ์ และเพจสูตรสยาม
- เสวนาวิชาการ Soft Power: หัวข้อ "ชุดไทยสู่ Soft Power การตลาดวัฒนธรรมในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์" โดย คุณสุภาพร เอ็ลเดรจ (Founder & Creative Director แบรนด์ Supa East Glamour) และ ผศ.ดร.ลลิตา โกศการิกา ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาต่อยอดแบรนด์ผ้าไทยสู่เวทีโลก
- เวิร์กชอปประยุกต์วิถีไทย: สาธิตการห่มสไบสไตล์ Bangkok City และการนุ่งโจงกระเบนแบบร่วมสมัย โดยวิทยากรจากเพจสูตรสยาม การนุ่งผ้าไทยโดยไม่ตัดเย็บ รวมถึงเวิร์กชอปการทำผ้ามัดย้อมสีสันสดใส
- กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก: การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทย สินค้าหัตถกรรม และบริการสตูดิโอถ่ายภาพชุดไทย เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้และการมีส่วนร่วมระหว่างผู้ประกอบการ นิสิต และประชาชนทั่วไป
งาน “KU Thai Textile Fest 2026” จึงนับเป็นโมเดลความสำเร็จในการบูรณาการศาสตร์ด้านการบริหารธุรกิจเข้ากับทุนทางวัฒนธรรม และสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้ผ้าไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตร่วมสมัยได้อย่างเป็นรูปธรรม
#KUSyntegration #OneKU #THAITEXTILE #พระพันปีหลวง #KUThaiTextileFest2026 #KasetsartBusinessSchool #SoftPowerThailand #ผ้าไทยใส่ให้สนุก








