ศาลขอนแก่นนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยคดี "สมรักษ์"พรากผู้เยาว์ ในวันที่ 12 – 14 พ.ย.  

ภูมิภาค31 ก.ค. 2567 • 15:20 น.
ศาลขอนแก่นนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยคดี "สมรักษ์"พรากผู้เยาว์ ในวันที่ 12 – 14 พ.ย.  

จากรณีที่นายสมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักมวยเหรียญทองโอลิมปิก และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่นพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย  นายพิเชษฐ์ ชิเนหันทา หรือ "เป๊กโก้"  เดินทางเข้ารายงานตัวต่อศาล จ.ขอนแก่น ตามการนัดหมายของศาลวันนี้เพื่อสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน คดีเลขดำที่ อ694/2567 ระหว่างโจทก์ คือพนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น กับจำเลย คือนายสมรักษ์ คำสิงห์ และพวกรวม 2 คน ฐานความผิดร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย,ร่วมกันพาบุคคลเกิน 15 ปีแต่ยังไม่เกิน 18 ปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม,พยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และกระทำอนาจารแก่บุคลอายุกว่า 15 ปีโดยการใช้กำลังประทุษร้ายโดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น 

วันที่ 31 ก.ค. 2567  เวลา 13.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น  นายสมรักษ์ คำสิงห์   จำเลยที่1 นายพิเชษฐ์ ชิเนหันทา หรือ "เป๊กโก้" จำเลยที่2 และนายอิทธิศักดิ์ เขาพลอยแหวน ทนายความฯ ได้เดินทางออกจากอาคารสำนักงานศาลหลังผู้พิพากษาได้ใช้เวลาในการสอบคำให้การและตรวจสอบพยานหลักฐานของทั้ง 2 ฝ่าย  โดยในระหว่างการสอบคำให้การและตรวจสอบพยานหลักฐาน  ศาลไม่อนุญาตให้สื่อมวลและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวเข้าเข้าร่วมรับฟังภายในห้องพิจารณาคดี โดยให้อยู่ในพื้นที่ที่ศาลกำหนดไว้ให้เท่านั้น

โดย นายสมรักษ์ กล่าวว่า  ไม่ขอให้สัมภาษณ์แบบเป็นทางการ แต่ก็ไม่มีความกังวลใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะมั่นใจว่าตนเองไม่ได้มีความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนในรายละเอียดขออนุญาตไม่พูดถึง ขอให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ใครจะผิดหรือถูกอย่างไรขอให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งที่ผ่านมาตนเองก็เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน และเดินทางมาที่ศาลเพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายตลอด ไม่ได้หลบหนีไปไหน 

ขณะที่นายอิทธิศักดิ์ เขาพลอยแหวน ทนายความของจำเลย กล่าวว่า ทั้ง 2 ฝ่าย ได้นำพยานเอกสารหรือพยานวัตถุที่จะนำสืบต่อศาลก่อนวันสืบพยาน เพื่อให้อีกฝ่ายมาตรวจสอบ ก่อนถึงกำหนดนัดสืบพยาน  โดยเบื้องต้น ตนเองในฐานะทนายฝ่ายจำเลย ได้แสดงเจตจำนงค์ไม่ยอมรับพยานเอกสารที่อัยการฝ่ายโจทก์นำมาแสดงต่อศาล เนื่องจากเอกสารที่นำมาไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ซึ่งขอไม่เปิดเผยในรายละเอียด โดยข้อเท็จจริงทั้งหมดจะว่ากันในขั้นตอนของการสืบพยานฝ่ายโจทก์และจำเลย ซึ่งศาลได้กำหนดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 14 พ.ย. รวม 3 วัน