ญาติคนตายที่รถร่วมกตัญญูนำส่งบ้าน เกิดอุบัติเหตุซ้ำไม่ติดใจ ฝากผู้รับผิดชอบเพิ่มป้ายและไฟจุดซ่อมทางให้ชัดเจน
ญาติคนตายที่รถร่วมกตัญญูนำส่งบ้านเกิดอุบัติเหตุซ้ำไม่ติดใจ ฝากเจ้าหน้าที่ และผู้รับผิดชอบเพิ่มป้ายและไฟจุดซ่อมทางให้ชัดเจน หวั่นเกิดอุบัติเหตุซ้ำอีก
วันที่ 23 ส.ค.63 จากกรณีที่รถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน ฮบ 8949 กทม. ซึ่งเป็นรถของมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดคลองตัน ที่บรรทุกศพของนางวิลัย บายสนธิ์ อายุ 33 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากอาการป่วยที่ จ.ปุทธานี พร้อมญาติมาจากกรุงเทพมหานคร จะไปส่งประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่บ้านในพื้นที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ แต่มาถึงบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอประโคนชัย ซึ่งเป็นถนน 4 ช่องจราจรหรือ 4 เลน แต่อยู่ระหว่างการซ่อมสร้างถนนจึงเปิดให้รถวิ่งเพียงฝั่งเดียวหรือ 2 เลนเท่านั้น แต่รถตู้ร่วมกตัญญูไม่สังเกตเห็นว่ามีป้ายหรือสัญญาณไฟบอกชัดเจน ทำให้เสียหลักพุ่งชนกับรถพ่วงที่วิ่งสวนทางมา จนเป็นเหตุให้รถตู้ตกร่องเกาะกลางถนนสภาพพลิกตะแคง ทำให้คนขับรถตู้ร่วมกตัญญู และญาติที่นั่งมาในรถได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย ส่วนศพที่บรรทุกมาในรถก็ติดภายในเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันนำออกจากรถตู้อย่างทุลักทุเล เหตุเกิดเวลาประมาณ 20.30 น. คืนวัน 21 ส.ค.63 ที่ผ่านมา แต่ยังเคราะห์ดีที่ไม่มีใครเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มเติมอีก นอกจากศพที่บรรทุกมาในรถเท่านั้น
ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณถนนที่เกิดอุบัติเหตุ ก็พบว่า ยังคงมีเครื่องจักรทำการซ่อมสร้างถนนอยู่ โดยมีการใช้แท่งแบริเออร์และกรวยเปิดกั้นถนนที่กำลังซ่อมสร้างไม่ให้รถวิ่งผ่าน พร้อมทั้งมีป้ายที่ทำสัญลักษณ์ลูกศรชี้ให้ใช้เส้นทางเบี่ยง และมีไฟกระพริบอยู่จุดดังกล่าวด้วย แต่ฝั่งที่เปิดให้รถวิ่งสัญจรก็ให้รถวิ่งสวนกันตามปกติ เหมือนถนน 2 เลนทั่วไป ก็ไม่ได้มีกรวยกั้นหรือสัญลักษณ์อะไร
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของผู้เสียชีวิต ที่บรรทุกมาในรถตู้ร่วมกตัญญูที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งตั้งอยู่บ้านหนองจาน ม.12 ต.ไพศาล อ.ประโคนชัย ทางครอบครัวก็ตั้งศพบำเพ็ญกุศลตามประเพณี มีญาติและชาวบ้านมาร่วมงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว ขณะที่เจ้าหน้าที่จากหมวดทางหลวงประโคนชัย และผู้รับเหมาที่ก่อสร้างถนนสายดังกล่าว ได้เดินทางไปร่วมเคารพ พร้อมมอบเงินเยียวยาผู้บาดเจ็บ และคนขับรถตู้มูลนิธิกตัญญูด้วย
พร้อมยืนยันว่าได้มีการติดตั้งป้ายสัญลักษณ์และสัญญาณไฟบอกผู้สัญจร แต่คนขับอาจจะไม่ชินเส้นทาง อย่างไรก็ตามก็รับปากว่าจะเร่งดำเนินการซ่อมสร้างถนนบริเวณดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อจะเปิดให้รถสัญจรได้ตามปกติทั้ง 2 ฝั่งโดยเร็วที่สุด
ขณะนางสุวันณี ใหญ่รัมย์ อายุ 43 ปี และนางสำเภา มะลิซ้อน อายุ 64 ปี พี่สาวและแม่ผู้ตาย บอกว่า ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่คิดว่าจะมาเกิดอุบัติเหตุซ้ำขึ้นอีก แต่ส่วนตัวก็คิดว่าน่าจะเกิดจากอุบัติเหตุมากกว่าไม่ใช่เรื่องวิญญาณหรือลี้ลับอะไร ซึ่งทางครอบครัวก็ไม่ได้ติดใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แต่ก็อยากฝากทางผู้รับผิดชอบให้เพิ่มป้ายหรือสัญญาณไฟในจุดที่มีการซ่อมสร้างถนน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุในลักษณะนี้ขึ้นอีก