ช่วยเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หญิงวัย 24 ปี กลับไทย หลังพ่อแจ้งความลูกถูกหลอกไปบังคับทำงานในปอยเปต
ช่วยเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หญิงวัย 24 ปี กลับไทย หลังพ่อแจ้งความลูกถูกหลอกไปบังคับทำงานในปอยเปต
วันนี้ พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว พ.ต.ท.จิรเดช พุฒินาถพัฒน์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว พ.ต.ท.จิรพัฒน์ เขียวศิริสว.ส.ทท.3 กก.2 บก.ทท.1 พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.คลองลึกและ ร.ท.ถาวร บุญเพ็ง ผบ.ร้อย ทพ.1302 ร่วมกันประสานหน่วยความมั่นคงประเทศกัมพูชา ช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกให้ทำงานเป็นแก็งคอลเซ็นเตอร์จนได้รับดวามช่วยเหลือกลับคืนสู่ประเทศไทย ช่วยเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หญิงวัย 24 ปี กลับไทย หลังพ่อแจ้งความลูกถูกหลอกไปบังคับทำงานในปอยเปต
พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว กล่าวว่า ได้ประสานงานกับหน่วยความมั่นคงประเทศกัมพูชา เพื่อช่วยเหลือหญิงไทยวัย 24 ปี ซึ่งญาติได้แจ้งความว่า ถูกหลอกให้ทำงานเป็นแก็งคอลเซ็นเตอร์ จนได้รับความช่วยเหลือกลับคืนสู่ประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาได้นำตัวมาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา โดย ตนได้เดินทางไปรับตัวเหยื่อคนไทยรายนี้ด้วยตนเอง พร้อมกับสอบความเป็นมาและข้อมูลการเดินทางเข้าไปยังประเทศกัมพูชาด้วย ทั้งนี้ กรณีดังกล่าว นายมนัส (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี ที่อยู่ แขวงหิรัฐรูจี เขตธนบุรี จังหวัดกรุงเทพมหานคร บิดาของ น.ส.มณทิวา อายุ 24 ปี ได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สน.บางยี่เรือ กับ ร.ต.อ.ปริทัศน์ วิบูลยานนท์ รอง สว.(สอบสวน)ฯ เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า บุตรสาวไปทำงานที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ทราบว่าจะไปทำงานเป็นแอดมินให้กับเว็บไซด์แห่งหนึ่ง แต่ต่อมา มีเพื่อนชายโทรศัพท์มาหาและแจ้งว่า ลูกสาวไปทำงานปอยเปต จริง แต่น่าจะทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยถูกบังคับให้ทำงาน และบุตรสาวได้ติดต่อกับทางบ้านและส่งหลักฐานมาขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ เนื่องจากเกรงว่า จะเกิดอันตรายกับบุตรสาวในภายภาคหน้าเกี่ยวกับตัวผู้แจ้งหรือผู้ที่ใกล้ชิด ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจึงประสานงานเพื่อเข้าช่วยเหลือจนพบตัว
อย่างไรก็ตาม เหยื่อรายนี้ เปิดเผยว่า แม่และพ่อเป็นผู้แจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางยี่เรือ ขณะเดินทางมาถึงฝั่งไทยมีเงินติดตัวมาแค่ 500 กว่าบาท ซึ่งตอนเดินทางลักลอบเข้าไปยังประเทศกัมพูชานั้น จะไปข้ามบริเวณจุดที่เป็นสวนปาล์มและเดินทางข้ามต่อด้วยเรือ รู้สึกดีใจที่ได้กลับมาประเทศไทยและจะไม่ไปทำงานแบบนี้อีก และไม่ประสงค์ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับคู่กรณีแต่อย่างใด ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานแล้ว เจ้าหน้าที่ ตม.สระแก้ว ได้ดำเนินการปรับฐานเดินทางเข้า-ออก ประเทศผิดช่องทาง จำนวน 800 บาท แต่ให้ไปจ่ายที่ปลายทาง โดยเจ้าหน้าที่ ตม.ได้พาไปส่งขึ้นรถตู้ เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาที่กรุงเทพฯ พร้อมได้ตักเตือนเรื่องการเดินทางไปทำงานโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเหยื่อรับว่า จะไม่เดินทางไปทำงานลักษณะนี้อีก