ขอนแก่นเปิดประตูลำน้ำเชิญ ระบายน้ำวันละ 1.3 ล้าน ลบ.ม.รับมือมวลน้ำหนุนจากอิทธิพลพายุ “โนอึล”
ขอนแก่นเปิดประตูลำน้ำเชิญระบายน้ำ วันละ 1.3 ล้าน ลบ.ม.รับมือมวลน้ำหนุนจากอิทธิพลพายุ “โนอึล” ผู้ว่าฯระบุ มวลน้ำไหลเข้าเขื่อนอุบลรัตน์น้อยมากแต่เป็นผลดีต่อเขื่อนจุฬาภรณ์ พร้อมสั่งตั้งวอร์รูมที่ อ.ชุมแพ เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 21 ก.ย.2563 นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ได้มีการประสานงานร่วมกันกับสำนักชลประทานที่ 6 ขอนแก่น ในการเปิดประตูระบายน้ำลำนำเชิญ เพื่อรับระบายน้ำออกจากลำนำเชิญ วันละ 1.3 ล้าน ลบ.ม. รองรับมวลน้ำหนุนและมวลน้ำหลากที่ขณะนี้ทยอยไหลมาจาก จ.เพชรบูรณ์,เลย และ จ.ชัยภูมิ จากอิทธิพลของพายุโนอึล พร้อมทั้งติดตั้งธงแดงและการประกาศแจ้งเตือนพื้นที่อำเภอทางทิศตะวันตกของ จ.ขอนแก่น ทั้งที่ อ.ชุมแพ,หนองเรือ,ภูผาม่าน และ อ.ภูเวียง ที่มวลน้ำนั้นได้ไหลเข้าพื้นที่มาตั้งแต่ช่วงค่ำของเมื่อวานที่ผ่านมาและขณะนี้มวลน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่ลำน้ำเชิญตามแผนการบริหารจัดการน้ำ โดยมวลที่ระบายออกไปนั้นจะไหลเข้าสู่เขื่อนอุบลรัตน์ภายในเวลา 6 วันนับจากนี้ขณะที่มวลน้ำจากพายุโนอึลจะไหลเข้าสู่การกักเก็บของโครงการชลประทานของลุ่มน้ำเชิญ
“ พายุโนอึลนั้นไม่ได้พาดผ่านเขตตัวเมืองขอนแกนโดยตรงกับเบี่ยงออกไปทางทิศใต้ของจังหวัดและพาดผ่านเข้าชัยภูมิและเพชรบูรณ์ดังนั้นการประมาณการและการคาดการณ์ว่าเราจะมีน้ำไหลลงความจุอ่างนั้นพลาดเป้าไปนิดนึงแต่ก็ส่งผลดีต่ออ่างเก็บน้ำขนาดเล็กของจังหวัดทั้ง 14 แห่งที่มีระดับน้ำที่สูงขึ้นโดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำหนองเสียว ที่ อ.น้ำพอง ที่มีระดับน้ำในความจุอ่างถึง 125% ขณะที่พายุโนอึลนั้นได้ส่งผลกระทบต่อถนนที่ชำรุดเสียหาย 4 เส้นทางในเขต อ.โนนศิลา,คอสะพานขาดที่ อ.บ้านไผ่ มีน้ำท่วมถนนที่ อ.หนองสองห้อง ขณะที่พื้นที่ทางการเกษตรส่วนใหญ่เป็นผลดีที่มีน้ำไหลเข้าสู่ทุ่งนา รวมทั้งพื้นที่ทางการเกษตรต่างๆแต่ก็มีหลายจุดที่ฝนไม่ได้ตก”
ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำยังคงคาดหวังว่าจะมีพายุเกิดขึ้นอี 1 ลูกในเร็วๆนี้จากการติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา ที่มีการประสานงานในด้านต่างๆร่วมกันอ่างใกล้ชิด โยเฉพาะกับการเกิดพายุฝนในพื้นที่เหนือเขื่อนอุบลรัตน์เพราะขณะนี้เขื่อนมีน้ำในความจุอ่างอยู่ที่ 490.65 ล้าน ลบ.ม. ยังคงสามารถรองรับมวลน้ำได้อีกกว่า 1,900 ล้าน ลบ.ม. แต่ถึงอย่างไรปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมานั้นได้ไปเติมน้ำให้กับเขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ ที่จะส่งผลดีต่อพื้นที่ทางทิศตะวันตกและทิศใต้ของจังหวัดที่จะสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างดีทั้งภาคการเกษตร รวมทั้งอุปโภคและบริโภค อย่างไรก็ตามยังคงกำชับและย้ำเตือนผู้ปกครองในการเฝ้าดูบุตร-หลาน อย่างใกล้ชิด ที่ต้องห้ามไม่ให้ไปลงเล่นน้ำในพื้นที่มีกระแสน้ำเชี่ยวกราด และพื้นที่แหล่งน้ำสาธารณะที่มีปริมาณน้ำที่สูงขึ้นในระยะนี้ ซึ่งคณะทำงาได้ตั้งวอร์รูมติดตามเหตุการณ์และปะสานการทำงานขึ้นอีก 1 จุดต่อจากที่จังหวัดคือที่ อ.ชุมแพ โดยมีการเตรียมอุปกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือและการแก้ไขสถานการ