อนาถ! รถ จยย.ชนรถไถ หญิงสาว พนักงานร้านอาหารญี่ปุ่น(ฟูจิ)เสียชีวิตคาที่ที่กาญจน์
อนาถ! รถ จยย.ชนรถไถ หญิงสาว พนักงานร้านอาหารญี่ปุ่น(ฟูจิ)เสียชีวิตคาที่ที่กาญจน์ ในที่เกิดเหตุพบเพียงร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิงนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด ในสภาพร่างถูกรถ จยย.ด้านหน้าพังยับล้มทับร่าง สภาพศพใบหน้าฉีกขาด เลือดออกปากออกจมูก คอหักหมุนได้รอบ
ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ระบุรถคู่กรณีเป็นรถไถนา แล้งน้ำใจ หลังเกิดเหตุไม่ลงมาดู รีบขับรถหลบหนีทิ้งหลักฐานเศษดินเกลื่อนถนน ตำรวจวิทยุแจ้งสกัดจับตามเส้นทางที่คาดว่าหลบหนี แต่ก็ยังไม่พบวี่แววทั้งรถไถนาทั้งคนขับ
เวลา 22.00 น.ของวันที่ 1 ส.ค.62 พ.ต.ท.ไชยยศ พฤติพงศ์พาณิชย์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถ จยย.ชนกับรถไถนามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบนถนนสายพนมทวน-อู่ทองใกล้เคียงทางแยกเข้าหมู่บ้านดอนงิ้ว กิโลเมตรที่ 31 หมู่ 12 ต.ดอนตาเพชร อ.พนมทวนฯ
หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสานแพทย์เวร รพ.เจ้าคุณไพบูลย์ฯ ให้มาร่วมทำการชันสูตรพลิกศพ
ที่เกิดเหตุพบว่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(ศาลเจ้าพ่อขุนรัตนาวุธ) กำลังยืนอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรโดยการนำรถกู้ภัยมาทำการเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินตรงจุดเกิดเหตุ เนื่องจากจุดเกิดเหตุบนถนนสายดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างเกรงว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนเกิดขึ้นได้
จุากการตรวจสอบในจุดเกิดพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิงนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่กับพื้นถนนในสภาพที่มีรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟไอ.125 ซีซี.สีขาว หมายเลขทะเบียน 7 กศ.-4596 กรุงเทพมหานครฯ ทับร่างอยู่ในสภาพด้านหน้ารถพังเสียหาย ห่างไปเล็กน้อยพบเศษดินตกเกลื่อนถนน
จากการชันสูตรพลิกศพของแพทย์พบว่า สภาพศพผู้ตายเลือดออกปากออกจากใบหน้าฉีกขาด ลำคอหัก ตรวจสอบหลักฐานในตัวผู้ตายพบบัตรประจำตัวประชาชนระยุชื่อผู้ตายชื่อ นส.สิรีธร สุภาวรรณ์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ 1 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี มีอาชีพทำงานเป็นพนักงานอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อฟูจิ ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขากาญจนบุรี ซึ่งหลังเลิกงานขี่รถกลับไปบ้านแฟนที่อยู่ในเขต อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นทราบว่า รถคู่กรณีเป็นรถไถนา
ก่อนเกิดเหตุรถของผู้ตายวิ่งตามหลังรถไถนามาตามถนนสายดังกล่าว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ยินเสียงดังโครม จากนั้นรถไถก็ขับหลบหนีไปโดยที่คนขับไม่ได้จอดรถลงมาดูแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวิทยุแจ้งสกัดจับรถไถนาที่ก่อเหตุหลบหนีไปตามเส้นทางที่คาดว่าน่าจะหลบหนีไปทางแยกเข้าหมู่บ้านหนองถ่าน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 1 กม.ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ออกติดตามรถไถนาแล้งน้ำใจคันนี้มาสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนศพหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ได้มอบให้เป็นหน้าที่ของมูลนิธิฯ นำไปเก็บรักษาไว้ที่ รพ.ฯ เพื่อรอญาติมาติดต่อขอรับศพไปจัดการตามประเพณีต่อไป