ทั้งหมู่บ้านผวา!! น้ำทะเลกัดเซาะซ้ำซากบ้านพักหลายหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 3 มี.ค. 64 ปัญหาทะเลกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ ม.1 และม.2 บ้านปาตา ต.ตะโละกาโป อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน โดยปีนี้ถือว่ามีความรุนแรง โดยช่วงลมมรสุมจะมีคลื่นลมแรง คลื่นสูง 3-4 เมตร และกัดเซาะชายฝั่งเข้ามาอย่างรุนแรงบ้านเรือนได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยช่วงที่ผ่านมามีบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวที่อยู่แนวชายฝั่งถูกซัดเสียหายไปแล้วกว่า 3 หลัง และมีแนวโน้มเสียหายเพิ่มขึ้น ซึ่งชาวบ้านที่นี่โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่บริเวณแนวริมฝั่งต้องอยู่ด้วยความระหวากเระแวง และกลัวว่าหากไม่แก้ปัญหาโดยเร็ว ในไม่ช้า ก็จะถูกทะเลซัดบ้านพังไปหมดทั้งตลอดแนวชายฝั่ง โดยชาวบ้านที่นี่ได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานรัฐมาโดยตลอดแต่ก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาอย่างเป็นจริงเป็นจัง
มีเพียงกระสอบทรายที่ชาวบ้านการแก้ปัญหาในเบื้องต้น โดยชาวบ้านช่วยกันบรรจุทรายใส่ในกระสอบ และนำมาวางไว้ตลอดแนวความยาวชายฝั่ง เพื่อเป็นแนวกั้นแต่ทั้งนี้ ก็ยังไม่สามารถต้านแรงคลื่นทะเลได้ ด้วยมีคลื่นที่สูง ทำให้คลื่นได้ซัดกระสอบทรายกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ได้รับความเสียหาย
ล่าสุดหน่วยงานภาครัฐลงมาพบปะผู้นำชุมชน หารือการแก้ปัญหาเรื่องนี้ พร้อมทั้งแจกข้าวสารอาหารแห้งให้กับชาวบ้านที่นี่ เพื่อเป็นการเยียวยา สร้างขวัญกำลังใจ
นางสาวสานียะ อาแว อายุ 37 ปี ชาวบ้านที่นี่ อาศัยอยู่ติดทะเล เปิดเผยว่า ที่นี่มีคลื่นใหญ่มาก ช่วงกลางคืนแต่ละครั้งคลื่นก็จะซัดเข้าในหมู่บ้่าน และมีลมแรงมาก ชาวบ้านที่นี่อยู่ด้วยความหวาดกลัว ไม่รู้ว่าจะมาอีกเมื่อไร เพราะที่นี่คลื่นซัดเข้ามาอยู่ตลอด
นางสาวสานียะ เผยอีกว่า ตอนนี้ตนอยู่ไม่ได้ กังวล และ กลัว ว่าคลื่นจะซัดเข้าไปอีก อีกทั้งอ้างเก็บน้ำขนาดใหญ่ก็อยู่ริมทะเล และติดกับบ้านของตน กลัวว่าคลื่นจะซัดจนอ่างเก็บน้ำถล่มบ้านของตน หากถล่มลงมาทับบ้านตน ก็ไม่รู้จะไปอยู่ไหนแล้ว ตอนนี้ระหวาดระแวงมาก เวลากลางคืนต้องออกมาดูตลอด
นางสาวสานียะ เผยตอนท้ายว่า หากไม่แก้ไขปัญหาในปีนี้ ปีหน้าบ้านเรือนของประชาชนก็จะพังหมด เพราะอยู่คติดกับทะเลมาก
นายอิสมะแอ สาฮะ ผญบ. ม.1 บ้านปาตา ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง เปิดเผยว่า ลักษณะของการกัดเซาะ น้ำทะเลได้กัดเซาะชายฝั้งหายไปประมาน 50 เมตร บ้านเรือนของชาวบ้านก็ได้รับความเสีย อีกทั้งเพลิงไว้จอดเรือประมงขนาดเล็กก็พังไปหลายหลัง ล่าสุดบ้านเรือน 2 หลังพังเสียหาย เบื้อต้นมีการเยียวยา แจกข้าวสารอาหารแห้ง ตอนนี้ผู้อาศัยอยู่บ้านทั้ง2หลังก็ย้ายไปอยู่บ้านญาติแล้ว
สำหรับเรื่องนี้ก็อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหา ลงพื้นที่มาตรวจสอบ และประเมินว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะเป็นปัญหาซ่ำซาก
หากปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปหมู่บ้านทั้งหมดเชื่อว่าจะได้รับผลกระทบ ตอนนี้ก็เข้าฝังประมาณ 50เมตรแล้ว
สำหรับตัวผมเองอยากให้มีเกาะป้องกันน้ำกัดเซาะ ทำเป็นลักษณะเขือนหิน ซึ่งทาง อบต.ก็ยื่นโครงการไปหลายครั้งแล้ว แต่เรื่องก็ยังเงียบจนถึงวันนี้