อุตุฯใต้เตือนฝนตกหนักคลื่นลมแรง นายกฯประมงสงขลาขอให้เรือระมัดระวัง
นายกสมาคมประมงสงขลา เตือนชาวประมงคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยและฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก หลังศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ประกาศฉบับที่ 8 (19/2566)มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 25-30 มกราคม 2566 ขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เพราะคลื่นลมจะมีกำลังแรงขึ้น
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ประกาศฉบับที่ 8 (19/2566)เรื่อง ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 30 มกราคม 2566)
เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ ทำให้บริเวณภาคใต้ ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนหรือฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง ดังนี้
ช่วงวันที่ 25-26 มกราคม 2566 มีฝนหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
ช่วงวันที่ 27-30 มกราคม 2566 มีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัด นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม
สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง ดังนี้
ช่วงวันที่ 25-27 และ 30 มกราคม 2566 ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ช่วงวันที่ 28-29 มกราคม 2566 ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 30 มกราคม 2566
ทางสมาคมประมงสงขลา แจ้งเตือนชาวประมงสงขลาที่ออกเรือไปทำการประมงในอ่าวไทย หลังจากที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ประกาศฉบับที่ 8 (19/2566) เรื่อง ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 25-30 มกราคม 2566)
นายสุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมงสงขลา กล่าวว่า ผมก็อยากจะเตือนชาวประมงทุกๆคน และเรือประมงทุกลำ ที่ออกทำการประมง ข้อควรปฏิบัติก็คือเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันหรือ 20 ตัน คลื่นขนาด 1 เมตร เรือเล็กต่ำกว่า 10 ตัน ก็จะห้ามออกจากฝั่ง ถ้าคลื่นประมาณ2 เมตร เรือต่ำกว่า20 ตันก็ห้ามออกจากฝั่งเช่นกัน ส่วนคลื่นขนาด 2 เมตรขึ้นไป เรือขนาด 40 ตัน บางครั้งก็สามารถทำงานได้ แต่โดยปกติแล้ว ถ้ามีการประกาศคลื่น 2 เมตรขึ้นไป เรือจะมีจุดเฝ้าระวัง ก็คือว่า เมื่อมีคลื่นมา เรือก็จะวิ่งไปหลบคลื่นที่ไหน อย่างเช่น ที่จังหวัดสงขลา ก็จะวิ่งไปหลบคลื่นที่แหลมตาชี จังหวัดปัตตานี หรือวิ่งไปหลบคลื่นที่แนวด้านหลังเกาะกระ หรือวิ่งเข้าไปแนวใกล้ฝั่ง หลบแหลมตะลุมพุก หน้าอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทางสมาคมก็พยายามเตือนอยู่ตลอด โดยจะรับข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา และก็ขอฝากชาวเรือไว้ว่า ทุกครั้งที่เรือวิ่งหลบพายุเข้าไปทอดสมออยู่ที่ตำบลไหน ซึ่งเป็นเขตแนวทะเลชายฝั่ง ก็ขอให้เจ้าของเรือต้องประสานกับทางไต๋เรือ ถึงจุดตำบลที่จอดเรือแน่นอน แล้วทางเจ้าของเรือต้องประสานกับทางศูนย์ fmcของกรมประมง เพราะทุกครั้งเมื่อเราเข้าสู่ทะเลชายฝั่งโดยไม่ได้รับการประเมิน เราจะต้องรายงานทุกครั้ง เพราะว่ามันมีกฎหมายเป็นตัวบังคับเราอยู่ เพราะเรือเราต้องทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง เมื่อเราเข้ามาเขตทะเลชายฝั่ง ก็ต้องมีลักษณะบ่งชี้ ต้องมีเหตุผล ต้องมีตำบลแหล่งที่ตั้งและระยะเวลาที่เข้ามาทอดสมออย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำความผิดตามกฎหมาย
ซึ่งเมื่อทางกรมอุตุวิทยาประกาศเตือน ทางสมาคมประมงสงขลาก็ต้องประกาศเตือนไปสู่ชาวประมงเช่นกัน โดยข้อ 1 เราจะประกาศเตือนทางกลุ่มสมาชิกที่อยู่ใน LINE ข้อ 2 จะมีเสียงตามสายประกาศที่ท่าเทียบเรือประมงสงขลา ข้อที่ 3 จะให้ศูนย์ PIPO ซึ่งเป็นศูนย์รับแจ้งเรือเข้า-ออก ช่วยประชาสัมพันธ์ให้อีกครั้งหนึ่งในการระวังคราวนี้