บ้านผาสิงห์เตรียมพัฒนาเป็น “เมืองสมุนไพร” ทางเลือกใหม่ ลดใช้ยาสร้างมูลค่าผลผลิตชุมชน
วันนี้ (12 กันยายน 2562) ณ บ้านผาสิงห์ ต.หมากหญ้า อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ผศ.ดร.อานนท์ แสนน่าน ประธานสมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย นายเศรษฐภัทร์ นิตยวิทธิวรากุล รองประธานสมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย นางธนภัทร พันธวาส ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนไทย พท.กฤตนันท์ พันธุ์อุดม กรรมการสภาแพทย์แผนไทย และ ครูกัญชา พร้อมคณะมาแนะนำชาวบ้านปลูกสมุนไพรชนิดต่างๆ และ วิธีปรุงยาตามตำรับหมอแผนโบราณ เพื่อรักษาผู้ป่วย
ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมยา และเวชภัณฑ์แบบก้าวหน้า มูลค่าการตลาดปีที่ผ่านมา มีสัดส่วนตลาดกลุ่ม รพ. และคลินิกมูลค่า 1 แสนล้านบาท กลุ่มร้านขายยา 4 หมื่นล้าน นำเข้ามากกว่าครึ่ง โดยกลุ่มยาจำเป็นพื้นฐานที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ จะเป็นกลุ่ม ยาเบาหวาน ยาความดัน ยาโรคหัวใจ ยาลดไขมันในเส้นเลือด เป็นต้น ส่วนใหญ่นำเข้าดังนั้นเพื่อลดอัตราการใช้ยาในประเทศ จึงเป็นจุดเริ่มต้นสู่โครงการเมืองสมุนไพร โดยมีคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ กำกับดูแลแผนแม่บท ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย มุ่งพัฒนาแต่ละจังหวัดให้เป็นเมืองสมุนไพร โดยอาศัยกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาครัฐ ภายใต้ 4 มาตรการ เช่น การพัฒนาวัตถุดิบสมุนไพร ยกระดับมูล ค่าผลผลิต มาตรการขยายช่องทางใช้ประโยชน์ เพิ่มมูลค่าและการตลาด ทั้งนี้สมุนไพรและผลิตภัณฑ์กลายเป็นสินค้าทางเลือกใหม่ในการรักษาและสร้างเสริมสุขภาพ เป็นสินค้าที่สามารถเชื่อมโยงการผลิตไปสู่เกษตรกรได้ในวงกว้าง
ผศ.ดร.อานนท์ แสนน่าน ประธานสมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย กล่าวว่า สมุนไพร คือ พืช ผัก ผลไม้ ที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วยต่าง ๆ นำเอาสมุนไพรตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปมาผสมรวมกันคือ “ยา” ถ้าเป็นองค์ประกอบในการทำเป็นยารักษาโรคเรียก “เภสัชวัตถุ” หากนำมาทำอาหาร เรียกว่า เครื่องเทศ สรรพคุณพืช ผัก ผลไม้ ใกล้ตัวเหล่านี้ บางประเภทเราอาจไม่รู้สรรพคุณวิเศษสุด เช่น ผักชีฝรั่ง ช่วยเสริมสมรรถนะทางเพศได้
ปัจจุบันสินค้าสมุนไพรไทย ได้รับการรับรองมาตรฐานน้อยมากราวๆ 4-5 % มูลค่าภายในประเทศ 1.8 แสนล้านบาท ส่งออกมีมูลค่าเพียง 900 ล้านบาท เป็นสมุนไพรสด 600 ล้านบาท และ สารสกัดจากสมุนไพร 300 ล้านบาท ในขณะที่ตลาดโลกมีมูลค่ารวมกว่า 2.7 ล้านล้านบาท ประเทศที่มีมูลค่าการตลาดสูงสุดได้แก่ เยอรมนี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ซึ่งประชาชนไม่นิยมบริโภคยา นิยมสมุนไพรและยาแผนโบราณ เพราะให้ผลข้างเคียงน้อยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาสุขภาพ บำรุงร่างกาย โดยไม่พึ่งยาแผนปัจจุบันมากนัก สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กำลังดำเนินยุทธศาสตร์การเพิ่มศักยภาพตลาด สมุนไพรไทย นำร่อง ด้วย ขมิ้นชัน ,ไพล, บัวบก และกระชายดำ ตามผลการศึกษาใช้ในอุตสาหกรรมในประเทศ อาทิ อุตสาหกรรม, อาหาร, เครื่องดื่ม, สปา, เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ตลาดพืชสมุนไพรทางเลือกเพื่อสุขภาพนั้น เป็นเพียงอีกหนึ่งปัจจัยช่วยเสริมสร้างสุขอนามัยที่ สมบูรณ์แข็งแรง ตามวัย ส่วนสำคัญที่สุดคือ การปฏิบัติตามสูตร 3 อ.คือ อาหาร, ออกกำลังกาย และอารมณ์ ต้องบริโภคอาหารที่มีคุณประโยชน์ ให้ครบถ้วนตามหมวดหมู่โภชนาการ หมั่นออกกำลังกาย พยายามผ่อนคลายอารมณ์ให้เบิกบาน จิตใจที่ดี จะเป็นอาหารเสริมพลังชีวิตที่หาซื้อไม่ได้ และจะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นด้วย.