โจรแสบฉวยโอกาสแม่ค้าสูงวัยกำลังวุ่นขโมยสุราต่างประเทศแบรนด์ดังที่สามร้อยยอด
วันที่ 27 เมษายน 2566 นางสาวขวัญใจ อายุ 73 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด หรือ สินค้าโชว์ห่วย ริมถนนเพชรเกษมฝั่งขาขึ้นกรุงเทพ ใกล้กับมูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถาน หมู่ที่ 3 ต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ถูกคนร้ายเป็นชายไม่ทราบชื่อ ขี่รถจักรยานยนต์มาจอด ก่อนทำทีเข้ามาเลือกซื้อสินค้า จากนั้นฉวยโอกาสขณะที่เจ้าของร้านกำลังขายสินค้าให้กับลูกค้ารายอื่น แอบขโมยสุราต่างประเทศแบรนด์ดัง และมีราคาแพงที่สุดในร้านหนีหายออกไปลอยนวล ซึ่งกล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถบันทึกเหตุการณ์นาทีก่อเหตุเอาไว้ได้
โดยนางสาวขวัญใจ กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ว่า เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 เวลา 13.39 น. มีชายคนหนึ่ง สวมเสื้อยืดคอกลมสีฟ้าแขนยาว ใส่กางเกงวอร์มขายาวสีดำ สวมหมวกกันแดดแบบคลุมศีรษะปิดหน้า สีส้ม ในมือถือโทรศัพท์มือถือ เดินเข้ามาภายในร้านคล้ายกับมาเลือกซื้อสินค้า จากนั้นได้เดินตรงไปยังชั้นสินค้าที่มีสุราแบรนด์ต่าง ๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศ วางเรียงรายไว้จำหน่ายให้ลูกค้า ขณะนั้นตนกำลังสาระวนกับการขายของให้ลูกค้า อีก 2 ราย ที่กำลังซื้อสินค้าอยู่ก่อนแล้ว คนร้ายจึงฉวยโอกาสที่ตนเผลอ หยิบสุราต่างประเทศที่ชั้นวางติดกับโต๊ะบัญชี นำไปใส่ถุงนำไปแอบซ่อนด้านใน โดยเลือกเฉพาะสุราแบรนด์ดัง ยี่ห้อรีเจนซี ซึ่งมีราคาแพงที่สุดในร้าน แบบขวดแบน 3 แบน และแบบกลม 1 ขวด โดยที่ไม่สนใจยี่ห้ออื่นที่วางติดกัน
ทั้งนี้ชายคนดังกล่าว กลัวว่าลูกค้าอีก 2 คนจะเห็นว่าหยิบสุรามาแล้ว จึงทำทีเลือกดูสินค้าอื่น ๆ ก่อนจะหยิบเอาซีอิ้วดำ มาให้คิดเงิน 1 ขวดในราคา 13 บาท จากนั้นได้รีบเดินไปหยิบถุงใส่สุราที่ซ่อนไว้ ออกจากร้านไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ที่จอดริมถนนแล้วขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว กล้องวงจรปิดจับภาพได้อย่างชัดเจน
หลังจากนั้น ลูกค้าที่สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงบอกกับเจ้าของร้านว่า เห็นชายคนดังกล่าว หยุดยืนที่ชั้นวางสุรา และหยิบออกมาดูหลายขวด ตนจึงให้หลานชายมาลองเปิดกล้องวงจรปิดดู ปรากฏว่า ถูกขโมยสุราไปจริง ๆ สำหรับความเสียหาย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,765 บาท
ล่าสุดได้ไปแจ้งความที่ สภ.สามร้อยยอด พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถจับภาพพฤติกรรมของคนร้ายได้อย่างชัดเจนมอบให้ตำรวจ อยากให้ตำรวจช่วยเร่งติดตามตัวคนร้าย มาดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในช่วงข้าวของแพง ตนเองต้องลงทุนซื้อของมาขาย และเกรงว่าคนร้ายจะไปก่อเหตุกับร้านอื่น เพราะไม่ได้เกรงกลัว แม้แต่ตอนกลางวันยังกล้าขโมย