ปลุกตำนานกาแฟโบราณอายุ200ปีอำเภอละงูสู่ไร่กาแฟ หลังโค่นสวนยางพบอนาคตใหม่สดใสกว่า

ภูมิภาค2 ก.ย. 2563 • 15:08 น.
ปลุกตำนานกาแฟโบราณอายุ200ปีอำเภอละงูสู่ไร่กาแฟ  หลังโค่นสวนยางพบอนาคตใหม่สดใสกว่า
ต้นกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า ในช่วงอายุ 1 ปี 8 เดือน จำนวน 250 ต้น บนพื้นที่แปลงทดลอง 2 ไร่ ของ “ไร่กาแฟนายเอก” ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 บ้านทุ่งนางแก้ว ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล กำลังให้ผลผลิต ซึ่งถือเป็นความโชคดีของเกษตรกรหลังกาแฟให้ผลผลิตก่อนกำหนด หากช่วงอายุ 3-4 ปี จะให้ผลผลิตมากถึง 1 ตันกว่าต่อไร่ ประสบการณ์ของครอบครัวที่ปลูกต้นกาแฟในพื้นที่จ.ระนอง และจ.ชุมพร ทำให้ “ไร่กาแฟนายเอก” กล้าที่จะโค่นต้นยางพาราเพื่อปลูกต้นกาแฟ และได้ผลเกินความคาดหมาย อีกทั้งมีแผนจะเพิ่มพื้นที่ปลูกกาแฟอีก 10 ไร่ โดยโค่นต้นปาล์ม ปัจจุบันทางไร่กาแฟนายเอก มีสมาชิกปลูกกาแฟ 20 ราย หากมีผลผลิตเยอะเหลือขายในอนาคเตรียมแผนรองรับด้วยการการแปรรูป นางกนกวรรณ หวังโชคผดุง อายุ 33 ปี เจ้าของไร่กาแฟนายเอก กล่าวว่า “ พื้นที่ดินมันเหมาะสมกับการปลูกกาแฟมาก แต่ที่เขาไม่ปลูกเพราะว่ามันไม่มีโรงงาน ไม่มีใครรับซื้อ เกษตรกรก็ไม่รู้จะปลูกเพื่ออะไร ไม่มีใครกล้าลงปลูกจึงคิดว่าดินเป็นปัญหาสำคัญในการปลูกกาแฟ ถ้าเกิดว่าเป็นพื้นที่ซับน้ำหรือเป็นดินทรายจะไม่ได้ผลเลย แต่พื้นที่ตรงนี้มันเหมาะกว่าดินควนของฝั่งโน้น ส่วนฝั่งทางโน้นส่วนใหญ่ที่ปลูกกาแฟ เพราะปลูกยางพาราไม่ได้ฝนตกเยอะ บ้านเราอากาศดีกว่าฝนฟ้าดีกว่าดินดีกว่า และพื้นที่ก็รับดีกว่า เราไม่ต้องลำบากในการขึ้นเขาไปเก็บกาแฟ จึงคิดว่าเราน่าจะได้ผลถ้าเราทำกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เราได้ผลดีกว่า ซึ่งตนก็มีแหล่งจำหน่ายหากมีวัตถุมากพอ ” นางสาวณิชเนตร สระมุณี นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สนง.เกษตรอำเภอละงู กล่าวว่า “สำหรับกาแฟที่เหมาะสม กับพื้นที่บ้านเราก็จะเป็นกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า เพราะมันจะอยู่ในเขตพื้นที่ร้อนชื้น ด้านล่างส่วนด้านบนเราไม่สามารถปลูกได้ คือพันธุ์อาราบิก้า เพราะสายพันธุ์นี้จะเหมาะกับพื้นที่ที่มีอากาศเย็น อากาศหนาวซึ่งอยู่บนดอย ถ้าเราเอามาคุณภาพของกลิ่นและเมล็ดกาแฟ มันจะได้ไม่เหมือนกันเพราะฉะนั้น ที่นี่จะเหมาะกับการปลูกกาแฟโรบัสต้า จากการสำรวจเมื่อปีที่แล้ว เกษตรกรที่มีการรวมกลุ่มและมีการเพาะปลูก จะอยู่ที่ 27 ราย พื้นที่ 30 ไร่แต่ ไม่ได้ปลูกในเชิงธุรกิจ จะเป็นการปลูกเสริมในสวนปาล์มสวนยางพารา เพราะเราแนะนำให้เขาลองดูก่อนเพราะเกษตรกรในช่วงนี้ อยู่ในสภาวะของการตัดสินใจว่า ผลผลิตที่ได้ออกมามันจะคุ้มทุน กับการทำยางก่อนหน้านี้ไหม” เป้าหมายของเกษตรอำเภอละงู คือต้องเพิ่มผลผลิตให้ได้มากขึ้นกว่า 100 ไร่ โดยต้องดูว่ากลุ่มเกษตรกรมีความต้องการหรือไหมในเรื่องของรายได้อาชีพเสริม ซึ่งวันนี้ไร่กาแฟนายเอก จัดว่าเป็นตัวอย่างเริ่มจากกลุ่มเล็ก ๆ ตอนนี้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น จากเดิม 21 รายเพิ่มขึ้นอีก 25 ราย พื้นที่ในการปลูกตกอยู่ที่ 4,500 ต้น มีการขยายเพิ่มขึ้นเชื่อว่าจะเป็นทางเลือกให้เกษตรกรในการตัดสินใจได้มากขึ้น สำหรับอำเภอละงูถือว่ามีดินแดนปลูกต้นกาแฟในอดีต เดิมเป็นพืชที่คนตำบลตอละ หรือ ชาวบ้านตำบลเขาขาวและตำบลน้ำผุดในปัจจุบัน ปลูกไว้ก่อนจะเปลี่ยนไปปลูกยางพาราในช่วงราคายางพุ่งสูง แต่ความผันผวนราคายางดำดิ่งเหลือ 3 โล 100 บาท คนตอละจึงหันมาปลูกกาแฟโบราณ สายพันธุ์โรบัสต้า ส่วนใหญ่ก็ปลูกแซมยางพารา ปาล์มน้ำมัน โดยจะนำต้นพันธุ์กาแฟที่มีอายุมากกว่า 200 ปี บนพื้นที่ของโต๊ะดะ เจ้าของต้นกาแฟโบราณรุ่นที่ 2 กระทั่งวันนี้ ต้นกาแฟโบราณยังคงอยู่ถึงทายาทรุ่นที่ 4 ในปัจจุบัน ส่วนราคาซื้อขายจากไร่กาแฟจะรับซื้อผลสดเพื่อลดความยุ่งยากของเกษตรกรจะอยู่ในราคากิโลกรัมละ 25 บาท หากจะขายเมล็ดแห้งกิโลกรัมละ 80-85 บาท หากมีการคัดเกรดก็จะได้อีกราคาหนึ่ง โดยเกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อขอพันธุ์มาปลูกได้ที่ไร่กาแฟนายเอก มีพันธุ์กาแฟมาให้ปลูกคิดราคาขนส่งเท่านั้นไม่หวังกำไรติดต่อได้ที่คุณกนกวรรณ หวังโชคผดุง เจ้าของ ไร่กาแฟนายเอก 084-2544902