พ่อเมืองสุราษฎร์ นำทีมลุยเคาะประตูบ้านลงทะเบียนสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐให้ผู้ป่วยติดเตียงถึงบ้าน ตั้งเป้าคนเก่าลงครบ 114,177 คน
เมื่อบ่ายวันที่ 5 กันยายน นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมนางเพ็ญลดา สายสวัสดิ์ คลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสิทธิชัย ไทยเจริญ นายอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี นำเจ้าหน้าที่เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 122 หมู่ 1 ถ.วัดโพธิ์-ในลึก ซอยวัดโพธิ์ 19 ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ออกหน่วยให้บริการประชาชนในการลงทะเบียนรับสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐแบบเคลื่อนที่ให้กับนายนพพร แสนฉาย อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง
ให้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากอยู่อาศัยกับบิดามารดาที่มีความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบากไม่มีรายได้หลักในครอบครัวและเลี้ยงชีพด้วยเบี้ยผู้สูงอายุ โดยได้รับช่วยเหลือจากภาครัฐเสมอมาพร้อมนี้ได้มอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคเป็นให้กำลังใจให้ด้วย
นายวิชวุทย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบนโยบายให้กับทุกอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือดูแลและสอดส่องกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ ให้สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐในรอบใหม่นี้อย่างทั่วถึง โดยประสานผู้นำชุมชน อสม.ที่จะคอยเป็นหูเป็นตาชี้เป้าอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้เร็วขึ้น
จากนั้น นายวิชวุทย์ ได้มอบให้เจ้าหน้าที่คลังจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปลงทะเบียนรับสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐให้นายสิทธิชัย เพชรช้าง อายุ 77 ปี ผู้ป่วยติดเตียงที่อาศัยอยู่กับนางสุจารีย์ พลเดช ลูกสะใภ้ ที่บ้านเลขที่ 137 หมู่ 1 ถนนศรีเกษม ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี โดยนางสุจารีย์ กล่าวว่า รู้สึกปลื้มใจเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐเข้าให้บริการถึงที่ และให้ความช่วยเหลือไม่ทอดทิ้งผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับความสะดวก
วันเดียวกัน บรรยากาศวันแรกการลงทะเบียนรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ในพื้นที่ต่างๆ เช่น ที่สำนักงานคลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีประชาชนเดินทางมาลงทะเบียนตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เคยได้รับสิทธิอยู่ก่อนแล้วเข้ามาลงทะเบียนเป็นกลุ่มแรกๆ ขณะที่ว่าการอำเภอต่างๆมีประชาชนเดินทางไปลงทะเบียน รวมทั้งที่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธกส.กันคึกคัก โดยทางจังหวัดได้ย้ำให้แก้ปัญหาข้อขัดข้องให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนได้ครบทุกคน โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้รับสิทธิในปัจจุบัน 114,177 คน ซึ่งการลงทะเบียนในรอบนี้ผู้ที่มีสิทธิอยู่เดิมและผู้ที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ์ จะต้องลงทะเบียนใหม่ทั้งหมดภายในวันที่ 5 กันยายน – 19 ตุลาคม 2565
/////