“ชมรมกีฬาจักรยานจังหวัดตรัง”ตั้งวงเสวนา “แผนการสร้างเมืองแห่งความสุขในท้องถิ่น

ภูมิภาค23 ก.ค. 2560 • 05:20 น.
“ชมรมกีฬาจักรยานจังหวัดตรัง”ตั้งวงเสวนา “แผนการสร้างเมืองแห่งความสุขในท้องถิ่น
“ชมรมกีฬาจักรยานจังหวัดตรัง”ระดม “นักวิชาการ องค์กรชุมชน”ตั้งวงเสวนา “แผนการสร้างเมืองแห่งความสุขในท้องถิ่น”สร้าง “ชุมชนต้นแบบ”เดินตามรอย“พ่อหลวงรัชกาลที่ 9” การจัดกิจกรรมตั้งวงเสวนา “แผนการสร้างเมืองแห่งความสุขในท้องถิ่น อ.เมือง จ.ตรัง อย่างยั่งยืนในรูปแบบการปั่นจักรยานเพื่อการสัญจรตรัง” ของชมรมกีฬาจักรยานจังหวัดตรัง และนักศึกษาหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ จากสถาบันการสร้างชาติ พร้อมตัวแทนชุมชน และสมาชิกชมรมกีฬาจักรยานจังหวัดตรัง ณ โรงแรมทับเที่ยงบูติค รีสอร์ท อ.เมือง จ.ตรัง เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เป็นกิจกรรมของการศึกษา วิจัย ในการสำรวจเพื่อที่จะทำให้ “ทับเที่ยงเมืองตรัง” เป็นเมือง” “ต้นแบบ” ของการปั่นจักรยานในอนาคต โดยที่กิจกรรมการเสวนาดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ดร.พิทักษ์ ชัยคช ประธานชมรมกีฬาจักรยานจังหวัดตรัง นายเกรียงศักดิ์ รัตนสิมานนท์ รักษาการนายกเทศมนตรีนครตรัง นพ.ประพล โชติกมาศ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสุขภาพ ผศ.ว่าที่พันตรีดำรง โลหะลักษณาเดช มทร.วิทยาเขตตรัง ดร. วัลลภา บุณยมานพ นักศึกษาหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ จากสถาบันการสร้างชาติ พร้อมตัวแทนชุมชน และสมาชิกชมรมกีฬาจักรยานจังหวัดตรัง ร่วมกิจกรรมเสวนา บรรยากาศเป็นกันเอง โดยมีการแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง และหลากหลาย เริ่มจาก...ดร.พิทักษ์พงษ์ ให้ความเห็นว่า ชมรมกีฬาจักรยานจังหวัดตรัง จัดกิจกรรมเสวนา “แผนการสร้างเมืองแห่งความสุขในท้องถิ่น ตำบลทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง” โดยนำกิจกรรมปั่นจักรยานมาเป็นองค์แลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจ ในอันที่จะได้เสริมสร้างความร่วมมือภาคีเครือข่ายในการสนับสนุนการสร้างรูปแบบวิถีของการใช้จักรยาน สร้างความรู้ความเข้าใจในการสร้างวินัยชุมชน สร้างชุมชนต้นแบบในการนำจักรยานมาเป็นวิถีในการสัญจรอย่างยั่งยืน “ประการสำคัญ เพื่อจะได้ร่วมมือกันลดมลภาวะและรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการรักษ์สุขภาพ รวมถึงเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและกีฬา โดยยึดหลักการดำรงตนด้วยวิถีชีวิตความพอเพียงตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9” ดร.พิทักษ์พงษ์ กล่าว ขณะที่ ดร. วัลลภา บอกว่า การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นงานเชิงวิจัย โดยใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นประชากรใน ตำบลทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง เนื่องจากสถาบันมีความสนใจ ในหลักสูตรของสถาบันสร้างชาติ และเรียนว่า การสร้างชาติต้องเริ่มจากชุมชน โดยที่ความสนใจของชุมชนเมือ งตรัง เป็นความสุขที่เรียบง่าย โดยที่กลุ่มได้มีการปั่นจักรยานไปรอบเมือง พบเห็นสิ่งคือป้ายงานศพต่าง ที่ผู้เสียชีวิตเป็นพ่อเฒ่า แม่เฒ่า อายุกว่า 90 ปี และยังสะท้อนให้เห็นถึงจิตใจที่ดีของผู้ใช้รถใช้ถนนในการขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่เอื้อเฟื้อต่อขบวนรถจักรยานเป็นอย่างดี ประชาชนยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้พากเรารักเมืองตรัง มากกว่าที่รู้จักวเมื่อผ่านกิจกรรมนี้แล้ว จะนำข้อมูลไปแยกแยะ และนำไปสังเคราะห์ว่า อำเภอเมืองตรัง จะได้เป็นชุมชนต้นให้ความสำคัญของกิจกรรมปั่นจักรยานได้เป็นอย่างดี นายเกรียงศักดิ์ แจงว่า ในส่วนของเทศบสลนครตรังเป็นจุดเริ่มต้นในการที่จะสร้างเมือง ที่เป็นเมืองจักรยานที่สามารถจะลดมลพิษภาวะในอากาศได้ เป็นการใฝ่ฝันของเทศบาลนครตรังและประชาชนมาเป็นเวลานานแล้ว ที่จะสร้างเมืองจักรยานมานาน แม้กระทั่งทางจักรยานที่ได้มีการจัดทำ เพราะสามารถที่จะงานได้จริง แต่ก็มีปัญหาเรื่องการปรับตัวของชาวบ้าน และนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ที่ใช้ชีวิตประจำวันมาแต่ก่อน ทำให้ส่วนนี้เกิดมีปัญหาจึงต้องมีการพูดคุยปรับทัศนคติ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในการใช้ชีวิตร่วมกันในชุมชน เพื่อที่จะนำไปสู่เมืองที่ลดมลภาวะการที่ให้เทศบาลนครตรังลดมลภาวะก๊าซเรือนกระจก และลดการใช้พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรถยนต์ เครืองปรับอากาศในอาคารและโรงงานต่าง ๆ จักรยานเป็นส่วนหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการลดมลภาวะดังกล่าว ถ้าพี่น้องประชาชนหันมาใช้จักรยานในการสัญจรไปมาในเขตเทศบาลนครตรัง เชื่อว่าเทศบาลจะเป็นเมืองที่น่าอยู่มากขึ้น และมีความร่มรื่นมากขึ้น ท้ายสุด นายศิริพัฒ บอกให้ทราบถึงประโยชน์ว่า คนเราจะมีความสุขได้ต้องมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งการปั่นจักรยานนับเป็นการออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกาย อีกทั้งยังเป็นการต้านแรงโน้มถ่วงจะได้ผล ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ การไหลเวียนของโลหิต ในส่วนของจิตใจนั้น การปั่นจักรยานผ่านวิวทิวทัศน์ สัมผัสบรรยากาศที่ดี มีความเพลิดเพลิน เพราะฉะนั้นถ้านำจักรยานมาพัฒนาร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆกัน คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้น การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในลักษณะดังกล่าว นอกจากจะทำให้ตัวเองแล้วยังเป็นแบบอย่างแก่คนทั่วไปให้ทราบถึงประโยชน์ของจักรยาน ถ้ามีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจริงๆ หลากหลายมิติ หลากหลายวัตถุประสงค์จะเกิดผลดี “โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดให้อำเภอเมืองตรัง เป็นเมืองต้นแบบแห่งเมืองจักรยาน นั้นเป็นไปได้ เนื่องจากเมืองตรัง เมืองเก่า เมืองทับเที่ยง เป็นเมืองที่เจ้าเมืองตั้งเมืองอย่างชาญฉลาด อยู่บนเนินธรรมชาติของภูเขาเนินเตี้ยๆ เป็นเสน่ห์เพราะฉะนั้นลักษณะทางกายภาพเมืองทับเที่ยงเป็นเมืองเก่าร้อยปี เป็นโอกาสสำคัญที่จะเนรมิตรให้เป็นต้นแบบเมืองจักรยานของจังหวัดตรัง นายศิริพัฒ กล่าวอีกว่า การจัดกิจกรรมเสวนา “แผนการสร้างเมืองแห่งความสุขในท้องถิ่น อ.เมือง จ.ตรัง อย่างยั่งยืนในรูปแบบการปั่นจักรยานเพื่อการสัญจร” ที่ทางชมรมกีฬาจักรยานจังหวัดตรังจัดขึ้นในครั้งนี้ นับเป็นกิจกรรมที่ดี เนื่องจากปัจจุบันการปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายที่ดีทางหนึ่ง ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพ ร่างกายและอายุ ทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง มีผลต่อการสร้างความเข้มแข็งให้กับ หัวใจ ปอก สมอง กล้ามเนื้อ ข้อต่อ และจิตใจ อีกทั้งยังช่วยให้ห่างไกลจากโรคภัยต่างๆอาทิ โรคอ้วน โรคท้องผูก ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคนอนไม่หลับ โรคซึมเศร้า และอัลไซเมอร์ และยังเป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี การปั่นจักยาน เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้เมืองปราศจากมลพิษ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม กาปัญหาการจราจร น่าอยู่อีกด้วย การจัดกิจกรรมตั้งวงเสวนา “แผนการสร้างเมืองแห่งความสุขในท้องถิ่น อ.เมือง จ.ตรัง อย่างยั่งยืนในรูปแบบการปั่นจักรยานเพื่อการสัญจรตรัง” เป็นประกายเล็กๆ ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้อง ผ่านงานวิจัย เพื่อสานฝันให้ ตำบลทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง เป็น “เมืองต้นแบบของเมืองจักรยาน”ในอนาคตต่อไป จิรศักดิ์ จาตุพรพิพัฒน์|ตรัง|รายงาน