ผู้ประกอบการโรงแรมขอนแก่น คาดไทยเปิดรับต่างชาติบางกลุ่มเข้ามาแบบมีเงื่อนไข จะกระตุ้นภาพรวมการท่องเที่ยวได้ดี

ภูมิภาค30 ส.ค. 2563 • 05:29 น.
ผู้ประกอบการโรงแรมขอนแก่น คาดไทยเปิดรับต่างชาติบางกลุ่มเข้ามาแบบมีเงื่อนไข จะกระตุ้นภาพรวมการท่องเที่ยวได้ดี
ผู้ประกอบการโรงแรมขอนแก่น คาดไทยเปิดประเทศรับต่างชาติบางกลุ่มเข้ามาแบบมีเงื่อนไข หลังสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย จะกระตุ้นภาพรวมการท่องเที่ยวได้ดี ขณะที่โครงการเราเที่ยวด้วยกันยังไม่คึกคัก มั่นใจวันหยุดยาวที่จะถึงคนใช้เยอะแน่ เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 30 ส.ค.2563 ที่โรงแรมราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเต็ล จ.ขอนแก่น นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้า จ.ขอนแก่น และเจ้าของโรงแรมราชาวดีฯ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า เป็นสัญญาณที่ดีจากการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ได้กำหนดแนวทางการผ่อนผันให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้เพิ่มขึ้น เฉพาะกลุ่มที่มีที่พักอาศัยในประเทศไทย และผู้ที่มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย ที่สามารถเดินทางเข้ามาได้พร้อมครอบครัว โยผู้ที่เดินทางจะต้องปฎิบัติตามปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ ตามที่กำหนดไว้ โดยส่วนตัวเห็นด้วยเพราะจะทำให้เศรษฐกิจโดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวดีขึ้นอย่างมาก เนื่องจากไทยเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศในเรื่องของการเฝ้าระวังและป้องกันโควิด-19 ดังนั้นผู้ที่จะเข้าประเทศทุกคน จะต้อง เข้ารับการตรวจสุขภาพและการกักตัว 14 วัน “ จากการสำรวจพบว่าธุรกิจโรงแรมในจังหวัดขอนแก่นขณะนี้พบว่ามียอดจองเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 40 เพิ่มเป็นร้อยละ 50 จากกลุ่มลูกค้าประชุมสัมมนาและจัดงาน ขณะที่ส่วนลูกค้าที่ไม่ได้จองล่วงหน้าหรือ work in รวมทั้งสัดส่วนในกลุ่มนักท่องเที่ยวนั้นยังมีจำนวนน้อย และแม้ว่ารัฐบาลจะกระตุ้นภาพรวมทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวตามโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน พบว่าไม่มีผลต่อธุรกิจโรงแรมในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดทางภาคอีสานมากนัก เนื่องจากไปใช่เป็นเมืองท่องเที่ยว เมื่อเทียบกับเชียงใหม่, ชลบุรี หรือประจวบคีรีขันธ์ที่ได้รับประโยชน์โดยตรง บางโรงแรมมีสัดส่วนการจองจากโครงการดังกล่าวเพียงวันละ 1-2 เท่านั้น อย่างไรก็ตามในช่วงวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึง ในช่วง 4-7 ก.ย.ที่จะถึงนี้มั่นใจวาการเดินทางของนักท่องเที่ยวจะคึกคักมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลมีการขยายการใช้สิทธิ์โครงการเราเที่ยวด้วยกันและการให้สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย”