พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หนองคาย ให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์

ภูมิภาค6 ก.พ. 2562 • 12:58 น.
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หนองคาย ให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์
วันที่ 6 ก.พ.62 เวลา 11.00 น. ที่ ห้องประชุมโรงแรมพันล้าน บูติค รีสอร์ท หนองคาย นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานเปิดอบรมโครงการบูรณาการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ให้แก่กลุ่มเป้าหมายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์และสนับสนุนสื่อสร้างสรรค์ในกลุ่มเด็กและเยาชนระดับพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ 2562 นายบรรณรัตน์ เก่งกสิกิจ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า จังหวัดหนองคายถือว่าเป็นจุดศูนย์กลางและเส้นทางผ่านสำคัญของเครือข่ายค้ามนุษย์เป็นทั้งประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทางของการค้ามนุษย์ ที่พบมากคือรูปแบบการค้าประเวณีเด็กหญิงชาวไทยและเด็กหญิงจากประเทศเพื่อนบ้าน พื้นที่รุนแรงอยู่ตามตะเข็บชายแดนของจังหวัดหนองคาย โดยล่าสุดจากการประเมินของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ประเมินสถานการณ์การค้ามนุษย์ของประเทศไทย อยู่ในระดับ TIER 2 WATCH LIST เป็น TIER 2 หมายถึงประเทศที่ยังไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในการยุติการค้ามนุษย์อย่างเต็มที่แต่มีความพยายามที่จะปฏิบัติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเผยแพร่การประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามนโยบายเร่งด่วนว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (พ.ศ.2560 -2564) ตามมาตรการ 5 ด้าน ได้แก่ การป้องกัน การดำเนินคดี การคุ้มครองช่วยเหลือ การพัฒนากลไกเชิงนโยบายและขับเคลื่อน และการพัฒนาและการบริหารข้อมูล ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 การอบรมในครั้งนี้ จึงเป็นการบูรณาการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้เข้มแข็ง เพื่อสร้างความเข้าใจการทำงานร่วมกันตามนโยบายเร่งด่วน ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ตามมาตรการ 5 ด้าน และเพื่อพัฒนาศักยภาพการใช้สื่อสร้างสรรค์ เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์สำหรับเด็กและเยาวชน เป็นการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยมี ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) อาสาสมัครแรงงาน เครือข่ายด้านสตรี ผู้ใช้แรงงาน จำนวน 100 คน และสภาเด็กและเยาวชน เด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 100 คน รวมทั้งสิ้น 200 คน.