ผู้ว่าฯ เชียงราย สั่งตรวจร้านขายใบกระท่อมผสมยาแก้ไอ-กัญชา พบตั้งโต๊ะเก้าอี้ให้เยาวชนจิบกินทั้งคืน

ภูมิภาค5 ม.ค. 2567 • 00:19 น.
ผู้ว่าฯ เชียงราย สั่งตรวจร้านขายใบกระท่อมผสมยาแก้ไอ-กัญชา พบตั้งโต๊ะเก้าอี้ให้เยาวชนจิบกินทั้งคืน

ผู้ว่าฯ เชียงราย สั่งตรวจร้านขายใบกระท่อมผสมยาแก้ไอ-กัญชา พบตั้งโต๊ะเก้าอี้ให้เยาวชนจิบกินทั้งคืน พบมีเด็ก 14 ปี

วันที่ 5 มกราคม 2567 มีรายงานว่าค่ำคืนที่ผ่านมานายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้สั่งการให้นายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกัน จ.เชียงราย นำสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ร้อย อส.จว.เชียงราย ที่ 1 ร่วมกับนายพิสิษฐ์ สันติวงษ์สกุล ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย สมาชิกร้อย อส.อ.เมืองเชียงราย ที่ 3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย เข้าตรวจสอบที่ร้านแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย หลังจากได้รับแจ้งว่ามีการเปิดจำหน่ายน้ำใบกระท่อมให้เด็กและเยาวชนไปนั่งจิบกันทั้งคืน

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบเป็นอาคารชั้นเดียวโดยมีห้องเก็บวัตถุดิบและปรุงเครื่องดื่มอยู่ติดกัน ส่วนนอกห้องทำเป็นที่โล่งเพื่อตั้งโต๊ะและเก้าอี้ขนาดเล็กให้ลูกค้าได้นั่งล้อมวงกันประมาณ 10 วงๆ ละ 4-5 คน แต่ละวงผู้คนที่นั่งล้อมวงต่างพากันนั่งจิบน้ำดื่มที่ปรุงจากทางร้าน

จากการสังเกตุพบลูกค้าจำนวนมากเป็นเยาวชนที่มีอายุน้อยและไม่มีท่าทีง่วงนอนแม้จะล่วงเวลาเข้าสู่เที่ยงคืน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าไปตรวจสอบในร้านพบลูกค้าทั้งชายและหญิงรวมกันประมาณ 50 คน บางคนเมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ไปถึงก็รีบจิบกินก่อนการตรวจของเจ้าหน้าที่ด้วย

ตรวจสอบในห้องเก็บวัตถุดิบและปรุงเครื่องดืมพบใบกระท่อม น้ำกระท่อม น้ำหวานแต่งกลิ่น ยาแก้ไอและน้ำกัญชา ที่ใช้ผสมกันเป็นสูตรต่างๆ และช่อกัญชาจำนวนหนึ่ง ส่วนลูกค้าพบว่ามีอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 12 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็กชายที่มีอายุต่ำสุดเพียง 14 ปี เมื่อสอบถามก็บอกว่าได้เข้าไปซื้อน้ำกระท่อมเพื่อดื่มกินร่วมกับพี่ชาย ภายในร้านยังพบคนดูแลร้านจำนวน 2 คน

 

ซึ่งเมื่อสอบถามดูใบอนุญาตปรากฎว่าไม่สามารถนำมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ได้ รวมทั้งไม่พบหนังสือรับรองการแจ้งการสะสมอาหารตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข และการจำหน่ายน้ำกระท่อม รวมทั้งไม่มีการตรวจควาสมปลอดภัยของอาหาร ไม่ได้ส่งฉลากให้สำนักงานอาหารและยาตรวจอนุมัติก่อนนำไปใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.