จนท.พบศพหนุ่มเคราะห์ร้ายกระโดดคลองหนีตำรวจแล้ว พ่อยันติดใจสาเหตุการตายจ่อเอาเรื่อง ตร.-ผกก.
จากการติดตามค้นหานายพีระพงศ์ หรือโอม อายุ 25 ปี ชาวหมู่ 1 ตำบลมะม่วงสองต้น อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช หายตัวไปในลำคลองมะม่วงสองต้นเป็นเวลา 2 วัน หลังจากที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์บุกเข้าไปขณะที่นายพีระพงศ์ และเพื่อนอีกคนนั่งคุยกันที่ริมคลอง หลังจากนั้นได้กระโดดน้ำหนีลงคลองด้วยความตกใจ ทั้งที่นายพีระพงษ์ ว่ายน้ำไม่เป็น ขณะที่เพื่อนอีกคนได้ประคองตัวเองได้ลอยไปขึ้นฝั่งได้ห่างจากจุดเกิดเหตุไปหลายร้อยเมตร โดยมีกล้องโทรทัศน์วงจรปิดใกล้ที่เกิดเหตุบันทึกกลุ่มชายที่เข้าไปได้บางส่วน และพบว่ามีการสวมเสื้อกั๊กแสดงฝ่ายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และด้านหลังปรากฏข้อความชัดเจนว่า “สืบสวน” แต่ข้อความสังกัดด้านล่างไม่ชัดเจนว่าสังกัด สภ.เมืองนครศรีธรรมราช หรือหน่วยงานใด ส่วนการค้นหา 2 วันที่ผ่านมาไม่เป็นผลเนื่องจากกระแสน้ำแรงและมีอุปสรรคอย่างมาก
ล่าสุดวันที่ 21 ธ.ค.66 เวลา 16.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลมะม่วงสองต้น และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ ได้ร่วมกันติดตามค้นหาตามกอไผ่และซุ้มป่ารกริมคลองหลายจุด จนในที่สุดได้พบร่างของนายพีระพงศ์ ถูกกระแสน้ำซัดไปติดอยู่ที่กอไม้ไผ่ริมคลองพร้อมกับเศษวัชพืชและสวะต่างๆ ห่างจากจุดเกิดเหตุมากกว่า 1 กิโลเมตรเจ้าหน้าที่ต้องตัดต้นไผ่และเรียวกิ่งไผ่ออกด้วยความยากลำบากและเข้าไปกู้ศพ
ก่อนที่จะแจ้งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช และแพทย์เวรชันสูตร รพ.มหาราช เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และในที่เกิดเหตุไม่ปรากฎว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สวมเสื้อกั๊กระบุข้อความ “สืบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช” เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุผิดไปจากเหตุการณ์ทั่วไป และมี พันตำรวจเอกกิตติชัย ไกรนรา ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้ติดตามเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่
หลังจากที่เจ้าหน้าที่กู้ศพแล้วต้องนำขึ้นเรือออกจากที่เกิดเหตุเพื่อไปชันสูตรยังบริเวณท่าหลังที่ทำการ อบต.มะม่วงสองต้น โดยแพทย์และพนักงานสอบสวนได้เข้าตรวจสอบอีกครั้งโดยเฉพาะสภาพศพครั้งแรกพบซึ่งอยู่ในสภาพพองอืด เนื่องจากจมอยู่ในน้ำเกือบ 60 ชั่วโมง ในกระเป๋ากางเกงพบกุญแจขนำ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ ขณะที่นายสมพร ชะตาฤกษ์ พ่อของผู้ตายยืนยันว่าติดใจในสาเหตุการตายรวมทั้งพฤติการของเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะเกิดเหตุนำไปสู่การเสียชีวิตของลูก รวมทั้งพฤติการณืทำลายทรัพย์สินคือรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย
ขณะที่ พันตำรวจเอกกิตติชัย ไกรนรา ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์ว่า เบื้องต้นนั้นมีรายงานว่าขระเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพื้นที่ตามปกติ บริเวณดังกล่าวนั้นถูกระบุว่าเป็นแหล่งมั่วสุมอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ผู้รายงานได้อ้างว่าขณะไปถึงนั้นได้มีการวิ่งหนี โดยไม่เห็นว่ามีการกระโดดน้ำ แต่ไม่ได้พูดถึงว่ามีการทำลายทรัพย์สินให้เสียหายด้วยหรือไม่
อย่างไรก็ตามประจักษ์พยานที่อยุ่ในเหตุการณ์และได้กระโดดน้ำไปด้วย แต่ได้ลอยคอรอดตายอย่างหวุดหวิด ได้เปิดเผยข้อมูลว่าข้อเท็จจริงนั้นตำรวจได้บุกเข้ามาในพื้นที่ซึ่งมีรั้วอย่างชัดเจน และเมื่อกระโดดหนีไปนั้นยังถูกเขวี้ยงด้วยจอบเหล็ก ท่อนไม้ และผลมะพร้าวหลายครั้ง ส่วนรถจักรยานยนต์ผู้ตายได้ขับมาอยู่ในสภาพปกติ เมื่อกลับมาที่รถพบว่าถูกทุบทำลายและถูกกรีดเบาะจนเสียหายยับเยิน