ลูกค้าหัวร้อน! ตบหน้าเด็กปั๊ม หลังฉุนเติมน้ำมันแต่หมด

ภูมิภาค20 พ.ย. 2565 • 12:08 น.
ลูกค้าหัวร้อน! ตบหน้าเด็กปั๊ม หลังฉุนเติมน้ำมันแต่หมด

วันที่ 20  พฤศจิกายน 2565 เวลา 13.00  น. ร.ต.อ.จำนงค์  ทองดี  ตำรวจประจำตู้ยามตำบลท่ากุ่ม และรับผิดชอบพื้นที่ตำบลท่าพริก  ได้รับแจ้งประสานจาก ห้องวิทยุสื่อสาร สภ.เมืองตราด ว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายพนักงานเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันชื่อดัง สาขาตราด 

 หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ  พบผู้เสียหายเป็นหญิงชื่อนางสาวขจีพรรณ อายุ  19  ปีอยู่หมู่ 7  ต.ท่ากุ่ม อ.เมืองตราด นั่งร้องไห้อยู่ด้านหน้าสำนักงานของปั๊ม  ส่วนคู่กรณีที่ทำร้ายร่างกายเป็นชายชื่อนายสุวัฒน์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/1  หมู่ 2  ต.ท่าพริก อ.เมือง จ.ตราด ซึ่งเป็นลูกค้าที่มาเติมน้ำมันและเกิดปัญหาโต้เถียงกันจนลงมือทำร้ายนางสาวขจีพรรณ วิลัยนุช ด้วยการตบที่ใบหน้า 1 ที และต่อยที่บริเวณลำคอ 1 ที

นางสาวขจีพรรณ   ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า  ตอนเกิดเหตุ  ตนเองกำลังทำหน้าที่เติมน้ำมันให้ลูกค้าที่ตู้แรกเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์  95  ส่วนนายสุวัฒน์ได้ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาวครีมมาจอดเติมน้ำมันที่ตู้เบนซินใกล้กัน   ตนได้บอก ไปว่าพี่คะน้ำมันเบนซิน ไม่มีนะคะ  และตอนนั้นก็มีเสียงดังแทรกทำให้ไม่ได้ยินว่านายสุวัฒน์พูดอะไร  จึงได้ถามกลับไปว่า  พี่ว่าอะไรนะคะ    นายสุวัฒน์ได้ตอบกลับมาว่า   เด็กใหม่มึงนี่แรดเนาะ   

ตนเองได้ยินเช่นนั้น ก็ตอบกลับไปว่า พี่เป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาด่าหนู   แล้วนายสุวัฒน์ก็เข้ามาตบที่ใบหน้า และต่อยที่คอ ด้วย  ตนเองตกใจมากไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน

ด้านนายสุวัฒน์ อายุ 49 ปี อยู่ หมู่ 2 ต.ท่าพริก อ.เมือง จ.ตราด กล่าวว่า ขี่จักรยานยนต์มาเติมน้ำมันเบนซิน แต่มีซาเล้งมาเติมก่อน มีพนักงานเติมน้ำมันบอกว่า น้ำมันเบนซินหมด แต่ระหว่างนั้นมีผู้มาเติมน้ำมันหลายคัน ซึ่งอาจจะมีการสื่อสารกันผิด เพราะมีเสียงดัง เพราะน้องเขามาด่าก่อน ว่าไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ เขาด่าก่อนไม่งั้นตนเองไม่ทำร้ายผู้หญิงหรอก ตนเองอยู่ที่ท่าพริกมานาน ส่วนเรื่องที่ไปว่าพนักงานที่ถูกตบนั้นว่าแรดนั้นเกิดขึ้นก่อนแล้ว ที่ต้องตบก็เพราะถูกด่า ส่วนที่มาเติมปั๊มนี้ เพราะออกมาขายของแล้วน้ำมันหมดจึงมาเติม จึงเกิดเรื่องขึ้น 

ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสภ.เมืองตราดจะเดินทางไปนั้น มีชายสูงอายุคนหนึ่งเดินเข้ามาเจรจาหาข้อยุติ โดยอ้างว่า พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่ดูแลอยู่ ทราบภายหลังว่า เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ชื่อนายนพพร อภิบาลศรี และเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆ โดยผู้ใหญ่บ้านท่านนี้รู้จักกับนายสุวัฒน์ ศิลาอาสน์ และกล่าวกับร.ต.อ.จำนงค์ ทองดี หัวหน้าตู้ยามตำบลท่ากุ่มที่ดูแลพื้นที่ต.ท่าพริกด้วย ต้องการจะเจรจาให้เรื่องราวยุติลงด้วยดี เพราะยังไม่รู้ที่เกิดเรื่องราวขึ้นมานั้น มีจุดเริ่มต้นมาอย่างไร เมื่อมีเรื่องก็ต้องมีเหตุ ต้องคุยกันให้จบ ซึ่งร.ต.ท.จำนงค์ ทองดี แจ้งว่า ได้เจรจากับทั้งสองฝ่ายแล้วแต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ จึงควรจะไปตกลงที่โรงพัก(สภ.เมืองตราด)

จากนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามกับผู้ใหญ่บ้านว่า จะเจรจากันอย่างไร ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า ก็ต้องคุยกันรับฟังปัญหาจากทั้งสองฝ่าย ว่าเบี้ยงต้นเกิดเหตุอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ใหญ่อยู่ฝ่ายไหน ผู้ใหญ่บ้านตอบว่า ตนเองไม่ได้อยู่ฝ่ายไหน แต่เป็นผู้ใหญ่บ้าน ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นเข้าข้างใครนั้นไม่ได้เข้าข้างใคร แต่นั้นฟังความทั้งสองข้าง เรายังไม่รู้ว่าเขา(นายสุวัฒน์)ได้ทำร้ายจริงหรือเปล่าเพราะยังฟังความข้างเดียว ส่วนจะเชื่อใครนั้น ไม่ได้เข้าข้างใคร  แต่ต้องฟังทั้งสองข้างมันเกิดอย่างไรก็ต้องแก้ไขกันไป ตนเองอยู่ในพื้นที่ก็ต้องดูแล เมื่อผู้สื่อข่าวขอชื่อผู้ใหญ่บ้าน แต่กลับไม่ยอมให้ และบอกว่ามคุณจะถ่ายภาพไปเพื่ออะไร 

ผู้ใหญ่บ้านยังเดินเข้าไปหาน้องที่ถูกตบเพื่อหาสาเหตุ โดยถามว่า ก่อนเกิดเหตุเกิดอะไรขึ้น น้องตอบทั้งน้ำตา และบอกว่า หนูอายุแค่ 19 จะไปทำอะไรเขาได้ ผู้ใหญ่บ้านถามอีกว่า อยู่ๆจะไปโดนตบได้อย่างไร และน้องเถียงไปว่า พี่ก็เข้าข้างคนของพี่อย่างเดียว 

ระหว่างนั้น นายสุวัฒน์ เดินเข้ามาหาสื่อมวลชน และบอกว่า ถ่ายไปเลย ถ่ายไปแล้วออกข่าวอย่างตรงไปตรงมาอย่ามาตอแหลนะครับ พร้อมหันไปเถียงกับแฟนของน้องที่ถูกตบซึ่งด่านายสุวัฒน์ว่า หน้าตัวเมียทำร้ายผู้หญิง ซึ่งนายสุวัฒน์ชี้หน้าและบอกว่า ถ้ามันไม่ด่ามันไม่ถูกตบหรอก กระทั่งภรรยาของนายสุวัฒน์ต้องดึงตัวออกไป 

 ต่อมา ร.ต.อ.ถนอมศิลป์  ว่องไว  ร้อยเวร 20 สภ.เมืองตราด  พร้อมกำลังตำรวจสายตรวจได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุเพื่อสอบถามรายละเอียดก่อนนำตัวทั้งสองคนไปเจรจากันที่ สภ.เมืองตราด