รมว.ทส เป็นประธานและสักขีพยาน ลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทย

ภูมิภาค20 ก.พ. 2562 • 14:18 น.
รมว.ทส เป็นประธานและสักขีพยาน ลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทย
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2562 ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟือง หาดคึกคัก จ.พังงา พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานและสักขีพยาน พิธีลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทย ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับทุกภาคส่วน โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ และนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวต้อนรับและกล่าวเจตนารมย์ ในการนี้นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตลอจนคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวง ทส. รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ กองทัพเรือ ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ จ.พังงา จ.ภูเก็ต หน่วยงานภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรมกว่า 11 แห่ง หน่วยงานภาครัฐ บริษัททีโอที จำกัด มหาชน อาสาสมัครพิทักษทะเล นักเรียน ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วมงานกว่า 500 คน จากนั้น รมว.ทส. พร้อมคณะ ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทย ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนต่างๆ ซึ่งหลังจากการลงนามดังกล่าวแล้วเสร็จ เต่าทะเลที่เราร่วมกันปกป้อง ดูแล และรักษาตามปฏิญญาข้างต้น จะได้มีโอกาสกลับมาวางไข่เพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมในอนาคตอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต พลเอก สุรศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลโดยการนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายประชารัฐ ซึ่งเน้นการพัฒนาประเทศโดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนไปพร้อมๆ กัน ซึ่งตนได้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 จึงมีความมุ่งมั่นและได้นำนโยบายของนายกรัฐมนตรีมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม ซึ่งที่ผ่านมาได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และได้เห็นชอบยกระดับการอนุรักษ์เต่ามะเฟือง และให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งไปทำแผนการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากพวกนี้ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น “ในวันนี้ถือเป็นความสำเร็จตามนโยบายประชารัฐที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมอีกงานหนึ่ง ด้วยการร่วมลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูเต่าทะเล และแหล่งวางไข่ที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเต่ามะเฟืองซึ่งอาจใกล้จะสูญพันธุ์ในอนาคตนั้น คงไม่มีวันสำเร็จได้ถ้าทำเฉพาะในส่วนของภาคราชการเท่านั้น แต่ครั้งนี้มีภาคเอกชน ภาคจังหวัด ภาคท้องถิ่น และภาคประชาชน ขอเข้าร่วมลงนามในปฏิญญาครั้งนี้ด้วย” พลเอกสุรศักดิ์ กล่าว ด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยาการทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า ในการร่วมลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ ผู้ประกอบการโรงแรม ภาคเอกชน และประชนชนในเขตพื้นที่วางไข่เต่าทะเล ได้ร่วมลงมือทำและยกระดับมาตรฐานการจัดการไม่ให้กระทบต่อแหล่งวางไข่ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง การที่ท้องถิ่นรวมทั้งภาคประชาชนได้เข้ามาร่วมในการอนุรักษ์เต่าทะเล และความพยายามคงไว้ซึ่งประเพณีเดินเต่าอันดีงามที่ได้สืบทอดกันมาจากอดีตในบริเวณนี้ ขณะเดียวกันภาครัฐอย่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หน่วยงานในสังกัด ทส. ได้แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องการเข้ามาลักลอบทำการประมงในเขตอุทยาน รวมทั้งอนุรักษ์หาดทรายที่มีค่านี้ไว้ และหวังว่าความพยายามที่เราช่วยกันยกระดับการอนุรักษ์เต่าทะเลให้เข้มข้นและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดพังงาและภูเก็ตไปสู่ระดับโลก ตามที่จังหวัดพังงา ภูเก็ต และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันได้วางยุทธศาสตร์ว่าจะส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลกบนพื้นฐานการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน