ผู้ว่าฯตราดเผยสถานการณ์ชายแดนตราดติด 3 จังหวัดกัมพูชาไม่ได้เข้มงวด

ภูมิภาค7 พ.ย. 2562 • 08:38 น.
ผู้ว่าฯตราดเผยสถานการณ์ชายแดนตราดติด 3 จังหวัดกัมพูชาไม่ได้เข้มงวด
จ.ตราด/ว่าที่ร้อยตรีพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผู้ว่าราชการจ.ตราด เปิดเผยว่า ภายหลังการเดินทางไปเยี่ยม และแนะนำตัวกับนางสาวมิถุนา พรามห์เกสร ผู้ว่าราชการจ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา เมื่อวานนี้ ,(6 พฤศจิกายน 2562)หลังจากเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่นั้น ได้หารือเรื่องข้อราชการตามปกติในเรื่องความร่วมมือต่างๆที่ทั้งสองจังหวัดได้ดำเนินการมาตลอด ไม่ได้มีการพูดคุยในรายละเอียดเนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ได้พบกัน อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ทางฝั่งประเทศกัมพูชาได้แจ้งขอความร่วมมือจากจ.ตราด ประเทศไทยเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของนายสัม รังสี และพวกในเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองในกัมพูชา หากมีการเคลื่อนไหวหรือการเข้ามายังจ.เกาะกง ประเทศกัมพูชาโดยใช้จ.ตราดเป็นทางผ่านขอให้เข้มงวด อย่างไรก็ตาม พื้นที่จ.ตราดที่ติดต่อกับจ.เกาะกงไม่ใช้เป็นเป้าหมายของกลุ่มเคลื่อนไหวจึงไม่น่าเป็นห่วง ผู้ว่าราชการจ.ตราด กล่าวว่า ในส่วนของการค้าขายหรือการเข้าออกในพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ และจ.ตราดอาจจะมีบ้างในการจัดงานลอยกระทง 2 แผ่นดินที่ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราดเท่านั้น แต่ได้มีการหารือกันในระดับหนึ่งแล้วในการอำนวยความสะดวก ทางด้าน กองกำลังป้องกันชายแดนไทยกัมพูชา ได้แจ้งปฏิเสธในเรื่องการปิดจุดผ่านแดนถาวรในพื้นที่จ.จันทบุรี และจ.ตราดนั้นไม่เป็นความจริง ซึ่งน.อ.สมาน เสริมสกุล นายทหารฝ่ายประชาสัมพันธ์ กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้แถลงว่า จากการที่มีข่าวลือออกมาว่า กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดจะทำการปิดชายแดนจ.ตราดและจ.จันทบุรี ทั้งจุดผ่านแดนถาวร และจุดผ่อนปรนทางการค้านั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ไมตรีดีต่อกัน จึงไม่มีเหตุผลใดๆทีทจะทำการปิด ซึ่งหากทางประชาชนหรือสื่อมวลชนสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อกับทางกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดได้ สำหรับบรรยากาศของจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ยังสามารถเดินทางเข้าออกได้ โดยเฉพาะรถยนต์ รถบรรทุก ของฝั่งไทยที่เดินทางไปยังจ.เกาะกง กัมพูชา แต่ยังต้องถูกตรวจสอบเข้มงวด ขณะที่ชาวกัมพูชาที่เดินทางเข้ามายังปกติ ส่วนที่มีความคึกคักในขณะนี้เนื่องจากมีการเตรียมการจัดงานลอยกระทง 2 แผ่นดิน ที่เทศบาลต.หาดเล็กได้จัดขึ้นทุกปี ทำให้มีรถยนต์และประชาชนทั้งสองประเทศมีการเดินทางเข้าออกมากขึ้น