ขอนแก่น เปิดตัวโครงการ 9101 “โคขุนพันธุ์ผสม” ผลงานเด่นของกลุ่มโคขุน ต.ท่าพระ
ตามมติคณะรัฐมนตรี เมือวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ได้เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อเป็นการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน และที่สำคัญคือการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและชุมชน โดยได้กำหนดพื้นที่เป้มายของการดำเนินงานครอบคลุม 9,101 ชุมชนทั่วทั้งประเทศด้วยงบประมาณรวมกว่า 22,000 ล้านบาท และเมื่อเร็วๆนี้ บริเวณที่ทำการกลุ่มโคขุน ต.ท่าพระ ม.22 ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายฉัตรชัย อุ่นเจริญ นายอำเภอเมืองขอนแก่น เป็นประธานเปิดโครงการโคขุนพันธุ์ลูกผสม ของกลุ่มโคขุนตำบลท่าพระ ชุมชนที่ 16 ตามโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่วมพระบารมี โดยมีผู้นำกลุ่มเกษตรกร รวมทั้งผู้นำชุมชนในพื้นที่ ต.ท่าพระ เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวรวมกว่า 300 คน
นายฉัตรชัย อุ่นเจริญ นายอำเภอเมืองขอนแก่น กล่าวว่า การดำเนินงานตามโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่วมพระบารมี ขณะนี้เข้าสู่ขั้นตอนของการเบิก-จ่ายงบประมาณแล้ว โดยที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว ซึ่งขอนแก่นมีพื้นที่เป้าหมายของการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 248 ชุมชน โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณรวม 620 ล้านบาท ขณะที่ อ.เมืองขอนแกน ได้มีการเสนอแผนการดำเนินงานเพื่อเข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยได้รับการอนุมัติให้จัดทำโครงการรวม 26 ชุมชน จำนวนทั้งสิ้น 31 โครงการ งบประมาณรวม 64,820,846 บาท โดยแผนการดำเนินงานโครงการโคขุนพันธุ์ลูกผสม จัดเป็นชุมชนที่ 16 ซึ่ง กลุ่มโคขุน ต.ท่าพระ ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม มีการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อให้โคขุนพันธ์ลูกผสม ที่ได้ทำการจัดซื้อพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ นั้นเกิดการต่อยอดและขยายโครงการการดำเนินการของโครงการได้อย่างยั่งยืน
“โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อนั้น เป็นการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับแก่ชุมชนและเกษตรกร ด้วยการนำหลักการ ทฤษฎีและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภุมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระราชทานไว้ มาทำการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรได้ทำการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการลดต้นทุน เพื่อเพิ่มผลผลิต และที่สำคัญคือการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน”
นายอำเภอเมืองขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า การได้รับการจัดสรรงบประมาณในส่วนของ อ.เมืองขอนแก่น รวมทั้งสิ้น 64,820,846 บาท ใน 31 โครงการด้านการเกษตรนั้นทุกชุมชนมีการนำเสนอแผนงานที่หลากหลาย และเป็นการดำเนินงานที่วางระบบการเกษตรได้อย่างยั่งยืน และสามารถส่งต่อแผนการทำงานได้แบบรุ่นสู่รุ่นและปีต่อปี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเลี้ยวสัตว์,การทำการเกษตรผสมผสาน,การทำประมง ทั้งหมดจะมีเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลและเกษตรอำเภอเข้าไปกำกับและประสานการทำงานร่วมกันกับกลุ่มเกษตรกร เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการเกษตรของแต่ละชุมชน อย่างไรก็ตามการดำเนินงานตามโครงการ 9101 นั้นทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยเน้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและบริหารจัดการกันอย่างเป็นระบบ เพราะเป็นหนึ่งในโครงการที่รัฐบาลต้องการเปิดโอกาสให้กับประชาชนได้ประกอบอาชีพ ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และนำทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
“รัฐบาลต้องกาสร้างเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและชุมชน โดนมีการนำหลักการที่กำหนดให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดโครงการพัฒนาโดยผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วม และบริหารจัดการโครงการด้วยตนเอง ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดการพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนแล้ว ยังคงเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกการทำงานในพื้นที่ ซึ่งก็จะทำให้ชุมชนนั้นมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ ผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ และนำไปปฎิบัติจริง จนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมที่เหมาะสมกับสภาพของท้องถิ่นและในชุมชน” นายอำเภอเมืองขอนแก่น กล่าวในที่สุด