มหาสารคามชุมนุมกลางเมืองวันรัฐธรรมนูญ ชี้รธน.60 รอยด่างประชาธิปไตย
กลุ่มแนวร่วมนิสิต ม.มหาสารคามเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มภาคนักเรียนมหาสารคามรวมกลุ่มกันนัดทวงคืนรัฐธรรมนูญของราษฏร ชี้รัฐธรรมนูญปีพ.ศ.2560 รอยด่างประชาธิปไตย ยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อให้รัฐบาลทำตามเสียงประชาชน
เนื่องจากจากวันที่ 10 ธันวาคมของทุกปีวันรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอีกวันหนึ่ง เพื่อเป็นการรำลึกถึงรัฐธรรมนูญฉบับแรก ฉบับถาวร ถือเป็นกฏหมายสูงสุดของประเทศไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานให้กับปวงชนชาวไทย ณ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475กลุ่มแนวร่วมนิสิต ม.มหาสารคามเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มภาคนักเรียนมหาสารคามรวมกลุ่มกันนัดทวงคืนรัฐธรรมนูญของราษฏร
วันที่ 10 ธันวาคม 2563 เวลา 16.30 น .ที่บริเวณหอนาฬิกา อ.เมือง จ.มหาสารคาม กลุ่มแนวร่วมนิสิต ม.มหาสารคามเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มภาคนักเรียนมหาสารคาม กลุ่ม มรม.เสรีเพื่อประชาธิปไตย รวมกลุ่มแสดงพลังทวงคืนรัฐธรรมนูญของราษฏร ทวง รธน.ที่มาจากเสียงประชาชน สะท้อนประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่เป็นธรรมและแท้จริง มิใช่ตามที่ถูกบิดเบือนหลอกลวงกันมา ริดรอนความฝันและความหวัง ธรรมนูญของประชาชนรัฐธรรมนูญของประชาชนไม่ต้องพูดด้วยถ้อยคำที่เข้าใจยาก ขอให้เป็นเสียงหรือเนื้อหาที่มาจากประชาชนก็พอแล้ว ไม่ ไม่ใช่อ้างเพื่อให้เผด็จการปกครองประเทศ จนเป็นรอยด่าง และเกิดตัวปัญหาใหญ่และวิกฤติชาติมาจนถึงวันนี้
นายพงศธรณ์ ตันเจริญ หรือ สหายบอย กลุ่มแนวร่วมนิสิต ม.มหาสารคามเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการรวมตัวแสดงพลังของกลุ่มแนวร่วมนิสิต ม.มหาสารคามเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มภาคนักเรียนมหาสารคาม กลุ่ม มรม.เสรีเพื่อประชาธิปไตย พี่น้องเสื้อแดง และพี่น้องประชาชน ทวงคืนรัฐธรรมนูญของราษฏร ซึ่งจังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ด้านประชาธิปไตยมายาวนาน ประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมืองมาตั้งแต่อดีต และต้องการที่จะสานต่อมีความตื่นตัวจากอดีตถึงปัจจุบัน ทั้งเคยมีอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ มีนักต่อสู้ทางการเมือง เช่น จำลอง ดาวเรือง ที่เป็นอดีต สส.ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อสู้ในยุครัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม และถูกสังหาร รวมถึงพี่น้องคนเสื้อแดงในช่วงการชุมนุมเมื่อปี 53 ซึ่งชาวมหาสารคามก็เป็นหนึ่งในจังหวัดที่พี่น้องคนเสื้อแดงเข้าไปร่วมต่อสู้
อีกทั้งมหาสารคามเป็นจังหวัดหนึ่ง ที่ร่วมไม่ได้โหวตรับร่างรัฐธรรมนูญปี 60 ถึง 55 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้พี่น้องหลายคนถูกดำเนินคดีคดีทางการเมืองถูกริดรอนสิทธิ์ ถูกคุกคาม เป็นผลพวงความโหดร้ายที่รัฐบาลมัดมือชกประชาชนที่จะไม่ยอมรับในรัฐธรรมนูญฉบับนี้
สะท้อนให้เราเห็นถึงเวลาที่ประชาชนจะต้องออกมาต่อต้านการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ที่ไม่ได้มาตามหลักสากลอย่างแท้จริง เพราะหากทำตามประชามติตามหลักสากล รัฐบาลควรจะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกกลุ่ม ให้ความเสมอภาคกับประชาชน ดังนั้นเราจึงพยายามเรียกร้องและย้ำจุดยืน 3 ข้อ 1. ประยุทธ์ต้องลาออกรัฐบาลต้องยอมรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากเสียงประชาชนอย่างแท้จริง 3.การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถกเถียงพูดคุยกันมานานหลายปี วันนี้สมควรแล้วที่จะเป็นเวลาที่จะพูดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง ให้รากเหง้าของปัญหาในประเทศนี้หมดไป อย่าให้รัฐบาลแทงกั๊กแช่แข็งประเทศ ปลดล็อครัฐบาลให้ประชาชนและประเทศลืมตาอ้าปากได้ เราจึงต้องออกมาเคลื่อนไหวในวันนี้
สำหรับกิจกรรมการชุมนุมภายมีการปราศรัยแสดงความคิดเห็น การดนตรีจากศิลปินไพร่ และกิจกรรเชิงสัญลักษณ์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองมหาสารคาม ทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยสังเกตุการณ์ และช่วยอำนวยความสะดวกกั้นถนนผดุงวิถี และวงเวียนหอนาฬิกา เพื่อให้ชุมชนดำเนินกิจกรรมโดยปลอดภัย