หลวงพ่อสายโหด ใช้ไม้ตะพดฟาดหัวโยมเลือดสาด เหตุคุยกันเสียงดัง ห้ามแล้วไม่ฟัง
ผู้สื่อข่าวรับการร้องเรียนจาก น.ส.บี(นามสมมุติ) ว่ามีพระรูปหนึ่งชื่อหลวงพ่ออ้วน อยู่ที่สำนักสงฆ์ บ้านกันจาน ต.ทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ อารมณ์ร้อนใช้ไม้ตะพตมาฟาดหัวของนายเสมอ สายดวง มีศักดิ์ปู่ของ น.ส.บี(นามสมมุติ) อายุ 59 ปี บ้านพักอาศัยบ้านเลขที่ 64 หมู่ 13 ต.สวาย อ.เมือง จ.สุรินทร์ พร้อมกับเปิดคลิปที่ น.ส.บี(นามสมุมติ) ได้ถ่ายไว้ได้ ซึ่งนายเสมอ ปู่ของ น.ส.บี(นามสมมุติ) ถูกตีด้วยไม้ตะพดความยาวกว่า 1 เมตร เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2565 เวลา 12.00น. ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะเลือดไหลออกมาไม่หยุดแผลยาวต้องเย็บถึง 7 เข็ม เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ 2 วัน โดยมีญาติ ๆ เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.ทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งหลวงพ่อในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส
นางสาวบี เล่าว่า เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2565 ช่วงเวลา 11.00 น. ตนและครอบครัวทั้ง 6คนได้เดินทางไปที่ สำนักสงฆ์หลวงตาอ้วน เพื่อจะไปทำสังฆทาน ตนครอบครัว ได้พากันนั่งรออยู่ด้านหน้าและได้พูดคุยกันในระหว่างครอบครัว และได้มีญาติโยมอีกชุดหนึ่งมาที่สำนักสงฆ์แห่งนี้เช่นกัน และทางญาติโยมอีกชุดนึงได้พูดคุยกับตนและปู่ของตนว่าจะเดินทางมาดูดวงกับหลวงตาอ้วน และได้บอกกับตนว่าขอเข้าดูดวงก่อนได้ไหม เพราะเดินทางมาไกลตนและปู่จึงบอกว่าให้แซงคิวก่อนเลย เพราะบ้านตนอยู่ไม่ไกลจากนั้นตนและครอบครัวก็นั่งคุยกันตามปกติ จนสังเกตเห็นหลวงตาอ้วนเดินออกมามองอยู่ที่หน้าประตู และได้ใช้ไม้เท้าขนาดใหญ่ หรือไม้ตะพด เคาะลงที่พื้น 2-3 ครั้งอย่างแรงจนเสียงดัง และสักพักหลวงตาอ้วนก็ได้เดินลงมาพร้อมทั้งพูดภาษาเขมรแปลได้ว่าเป็นคำหยาบคายและด่าทอว่านายเสมอซึ่งเป็นปู่ของตน ด่าถึงบุพการีอย่างเสียๆหายๆและบอกว่าถ้ายังไม่กลับจะเอาปืนมายิง
ตนก็แปลกใจแต่ไม่ได้คิดอะไร จากนั้นก็สังเกตเห็นหลวงตาอ้วนเดินพุ่งตรงมาที่ปู่ของตน ตนเห็นดังนั้นจึงแอบถ่ายคลิปไว้อย่างที่เห็นในภาพและไม่คิดว่าหลวงตาอ้วนจะใช้ไม้ตะพดตีลงที่ไหล่ด้านซ้ายของปู่ของตนเป็นจำนวน 2 ครั้ง และเดินออกไปจากนั้นก็เดินกลับเข้ามาอีกและได้ใช้ไม้ตะพดฟาดลงที่ศีรษะของปู่ตนอย่างแรง จากนั้นทุกคนก็ตกตะลึงและเข้ามาดูปู่ของตนจึงได้เห็นว่าที่ศีรษะของปู่นั้นมีเลือดไหลออกมาอย่างมาก ตนจึงบอกให้ทุกคนกลับบ้านเพื่อพาปู่ไปรักษา เมื่อมาถึงบ้านตนก็โทรแจ้ง 1669 ให้มารับตัวปู่ของตนไปโรงพยาบาล ตนนั้นเห็นว่าปู่นั้นเริ่มมีอาการหมดสติตัวซีดเพราะมีเลือดออกมาเป็นจำนวนมากก็นั่งรอรถพยาบาลมารับไปปู่ก็เริ่มจะไม่พูดจาแล้วเพราะไม่ค่อยมีสติ
จากนั้นเมื่อรถพยาบาลมาถึงก็รีบนำตัวปู่ส่งโรงพยาบาลสุรินทร์ จากนั้นตนและญาติๆก็ได้เดินทางไปยัง สภ.ทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับหลวงตาอ้วน ส่วนตัวนั้นไม่เคยรู้จักหลวงตาอ้วนไม่เคยพบหน้ากัน และมาทำบุญที่นี่เป็นครั้งแรก ตนก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรหลวงตาอ้วนถึงทำร้ายปู่ของตนเช่นนี้
ด้านนายเสมอ ผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า ตนนั้นไม่รู้จักกับหลวงตาอ้วนเลย และไปทำบุญที่สำนักสงฆ์ที่นี่เป็นครั้งแรก ไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น วันนั้นตนจะไปทำบุญสะเดาะเคราะห์เพราะทางญาติๆได้ชวนไป พอไปถึงตนก็นั่งคุยเล่นกันกับครอบครัวอีก 5 คน เพราะมีคิวอยู่แล้ว1 คิวจากนั้นตนก็ได้เห็นหลวงตาอ้วนเดินลงมา และได้พูดจาด่าทอตนเป็นภาษาเขมร ว่ากูมองมึงมานานแล้ว กูไม่ชอบหน้ามึงไม่ถูกชะตามึง พร้อมทั้งด่าทอพ่อแม่ของตนอย่างเสียๆหายๆ ตนนั้นก็แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นหลวงตาอ้วนถึงมาด่าทอตน ตนนั้นก็ได้แต่พนมมือยกไหว้ จากนั้นหลวงตาอ้วนก็ได้ใช้ไม้เท้าหรือไม้ตะพด ฟาดลงที่ไหล่ซ้ายของตน2ทีแต่ก็ไม่แรงนัก ตนมองดูหลวงตาอ้วนมีแววตาขึงขังจ้องเขม็งมาที่ตาอย่างน่ากลัวแต่ไม่รู้ว่าเมาหรือไม่
“จากนั้นหลวงตาอ้วนก็เดินออกไปและหันกลับมาใช้ไม้เท้าไม้ตะพดขาดใหญ่ ฟาดลงที่หัวตนอย่างแรงตอนนั้นตนรู้สึกมึนหัวและเจ็บปวดที่หัวมาก เอามือกุมที่โดนฝาดจึงรู้ว่ามีเลือดไหลออกมาจำนวนมากนองเต็มพื้น ส่วนหลานๆก็ได้เอาผ้ามาซับเลือด ตนนั้นก็ตกใจและพากันกลับมาบ้าน หลังจากนั้นตนก็ไม่รู้สึกตัว มารู้สึกตัวก็มาอยู่ที่โรงพยาบาลสุรินทร์แล้ว ได้นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ อยู่ 2 คืน3วัน เย็บแผล 7 เข็มกระโหลกร้าวแต่ไม่มีเลือดออกในสมอง ปัจจุบันยังมีอาการเวียนหัวและปวดศีรษะอยู่ ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นตนไม่เข้าใจว่าทำไม่หลวงตาอ้วนถึงได้ทำกับตนเช่นนี้ แล้วต่อไปใครจะไปกราบไหว้ให้ความศรัทธา เพราะหากหลวงตาอ้วนไม่ถูกชะตากับใครอาจทำแบบนี้อีกก็ได้ ซึ่งเป็นอันตรายมาก หากมีอาการป่วยก็ควรรักษา” นายเสมอกล่าว
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ อาสนะสงฆ์หลวงตาอ้วนซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลทุ่งมนอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ พบท่านเจ้าคณะตำบลทุ่งมนกำลังสอบข้อเท็จจริงกับหลวงตาอ้วนและไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามกับทางลูกศิษย์ ชื่อนางสาวอรสา อายุ 32 ปี ที่เป็นลูกศิษย์อยู่ประจำสำนักสงฆ์ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คนมันก็เยอะแล้วเขาก็มากัน 6 คนผู้ชาย 2 คนเขาก็มาตะโกนนี่แหละลงรถปุ๊บตะโกน 60 91 เขาก็เดินไปที่กุฏินั่นแหละ แล้วก็ผู้หญิงก็นั่งฝั่งนี้ 3 คน ผู้ชาย 2 คน นั่งฝั่งนู้นนั่งคุยกันไม่รู้เขาคุยอะไรเสียงดังมากหลวงตาได้เตือนแล้ว 2 รอบว่าอย่าเสียงดังเพราะตอนนี้หลวงตาใช้สมาธิอยู่ ก็ไม่ฟังก็พูดอีกว่าอย่าเสียงดัง รอบที่ 3หลวงตาไม่เตือนแล้วถือไม้มาเลย ฟาดตรงที่หัวแตกเลยแล้วผู้หญิงคนนั้นไม่รู้มาจากไหนก็มาถ่ายคลิป ถ่ายที่หลวงตาได้ตีแล้ว
สำหรับสำนักสงฆ์แห่งนี้ เป็นสถานที่พักสงฆ์ บ้านกันทจาน ต.ทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ มีพระรูปเดียวคือหลวงพ่ออ้วน ก็จะมีญาติโยมคอมาถวายอาหารให้ช่วงเวลาเพลเท่านั้น