ชาวบ้านหนองปลาไทรโยค​เชื่อวิญญาณเฮี้ยน​ ดลใจให้​ จนท.ป่าไม้เจอศพลอยน้ำในลำห้วยริมถนน

ภูมิภาค20 ส.ค. 2563 • 19:27 น.โดย สนั่น
ชาวบ้านหนองปลาไทรโยค​เชื่อวิญญาณเฮี้ยน​ ดลใจให้​ จนท.ป่าไม้เจอศพลอยน้ำในลำห้วยริมถนน
เมื่อเวลา​ 10.00​ น.วันที่​ 20​ ส.ค.63​ ร.ต.อ.ไชยา​ ไพรวัลย์​ รองสารวัตรสอบสวน​ สภ.ไทรโยค​ จ.กาญจนบุรี​ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิกูภัยกาญจนบุรี​ จุดฐานไทรโยคฯ​ ว่าได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้​ว่า​ ขณะขับรถยนต์ลาดตระเวนดูแลพื้นที่เขตรักษาป่าฯ ไปพบร่างผู้เสียชีวิตลอยคว่ำหน้าอยู่ในลำห้วยริมถนนด้านหลังป่า​เลย​ รพ.สต.บ้านวังปลา​ หมู่​ 2​ ต.วังกระแจะ​ อ.ไทรโยคฯ​ ห่างจาก​ รพ.สต.บ้านวังปลาไปประมาณ​ 200​ เมตร หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบยังจุดที่พบศพพร้อมประสานแพทย์เวร​ รพ.ไทรโยคฯ​ ให้มาร่วมชันสูตรพลิกศพ​ จากการตรวจสอบในลำห้วยริมถนนหากไม่สังเกตุ​ หรือได้กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพ​ จะไม่มีผู้ใดทราบเ​ลยว่า​ ในลำห้วยดังกล่าวมีร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชายลอยคว่ำหน้าอยู่ในสภาพที่กำลังขึ้นอืดอยู่ เนื่องจากบริเวณลำห้วยมีวัชพืชนานาชนิด​ และต้นไม้ขึ้นปกคลุมปิดบังลำห้วยอยู่​ จึงสั่งการให้้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ​ นำศพขึ้นมาไว้บนบกเพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพพบว่า​ ตามร่างกายของผู้ตายไม่มีบาดแผล​ หรือร่องรอยการถูกทำร้าย​ เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า​ 2​ วันตรวจสอบหลักฐานทราบชื่อผู้ตายขื่อนายสำราญ​ ศรีพนมวรรณ์ อายุ​ 67 ปี​ บ้านเลขที่​ 86​ หมู่​ 1​ บ้านหนองปลา ต.วังกระแจะ​ อ.ไทรโยค​ จ.กาญจนบุรี​ ผู้ตายอยู่บ้านคนเดียว​ มีอาชีพเก็บพืชผักของป่า​ขายประทังขีวิต​ไปวันๆ เบื้องต้นจากการตรวจสอบที่บริเวณลำห้วยใกล้ๆ​ ที่พบศพพบเสื้อผ้าของผู้ตายถอดกองทิ้งไว้เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์สันนิษฐานว่า​ ขณะที่ผู้ตายได้ออกหาเก็บของป่าและลงไปเก็บสายบัวในลำห้วยข้างทาง​แล้วอาจจะเกิดหน้ามืดเป็นลมล้มฟุบคว่ำหน้าลงไปในลำห้วยจมน้ำเสียชีวิตโดยที่ไม่มีใครรู้เห็น​ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ออกลาดตระเวนดูพื้นที่ป่า​ไปเจอศพเข้า​ สอบถามญาติไม่มีใครติดใจสงสัยสาเหตุการตาย​ จึงมอบศพให้ญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีทางศาสนา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ ภายหลังพบศพนายสำราญ​ ผู้ตาย​ชาวบ้านต่างลือกันไปต่างๆ​ นาๆ​ ว่า​เหตุที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปเจอศพเข้าคงเป็นเพราะดวงวิญญาณของผู้ตายคงเฮี้ยนดลจิตดลใจให้หมวกของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ถูกลมพัดปลิวตกใกล้ลำห้วยริมถนน​ เจ้าหน้าที่ป่าไม้จึงจอดรถลงไปเก็บหมวก​และได้กลิ่นเหม็นจึงเดินไปดูจนกระทั่งพบศพ​ดังกล่าว เนื่องจากจุดที่พบศพเป็นลำห้วยที่มีวัชพืชนานาชนิดขึ้นปิดคลุมลำห้วย​ แถมมีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น​ หากไม่ได้สังเกตุ​ หรือได้กลิ่นเหม็นเน่าจะไม่มีใครเห็นอย่างเด็ดขาด​ว่ามีศพผู้เสียชีวิตลอยอยู่ในลำห้วย​ ซึ่งกลุ่มชาวบ้านในหมู่บ้านต่างเชื่อกันอย่างนั้น