ชาวบ้านหนองปลาไทรโยคเชื่อวิญญาณเฮี้ยน ดลใจให้ จนท.ป่าไม้เจอศพลอยน้ำในลำห้วยริมถนน
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 20 ส.ค.63 ร.ต.อ.ไชยา ไพรวัลย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิกูภัยกาญจนบุรี จุดฐานไทรโยคฯ ว่าได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่า ขณะขับรถยนต์ลาดตระเวนดูแลพื้นที่เขตรักษาป่าฯ ไปพบร่างผู้เสียชีวิตลอยคว่ำหน้าอยู่ในลำห้วยริมถนนด้านหลังป่าเลย รพ.สต.บ้านวังปลา หมู่ 2 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยคฯ ห่างจาก รพ.สต.บ้านวังปลาไปประมาณ 200 เมตร
หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบยังจุดที่พบศพพร้อมประสานแพทย์เวร รพ.ไทรโยคฯ ให้มาร่วมชันสูตรพลิกศพ จากการตรวจสอบในลำห้วยริมถนนหากไม่สังเกตุ หรือได้กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพ จะไม่มีผู้ใดทราบเลยว่า ในลำห้วยดังกล่าวมีร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชายลอยคว่ำหน้าอยู่ในสภาพที่กำลังขึ้นอืดอยู่
เนื่องจากบริเวณลำห้วยมีวัชพืชนานาชนิด และต้นไม้ขึ้นปกคลุมปิดบังลำห้วยอยู่ จึงสั่งการให้้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ นำศพขึ้นมาไว้บนบกเพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพพบว่า ตามร่างกายของผู้ตายไม่มีบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้าย เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วันตรวจสอบหลักฐานทราบชื่อผู้ตายขื่อนายสำราญ ศรีพนมวรรณ์ อายุ 67 ปี บ้านเลขที่ 86 หมู่ 1 บ้านหนองปลา ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ผู้ตายอยู่บ้านคนเดียว มีอาชีพเก็บพืชผักของป่าขายประทังขีวิตไปวันๆ
เบื้องต้นจากการตรวจสอบที่บริเวณลำห้วยใกล้ๆ ที่พบศพพบเสื้อผ้าของผู้ตายถอดกองทิ้งไว้เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์สันนิษฐานว่า ขณะที่ผู้ตายได้ออกหาเก็บของป่าและลงไปเก็บสายบัวในลำห้วยข้างทางแล้วอาจจะเกิดหน้ามืดเป็นลมล้มฟุบคว่ำหน้าลงไปในลำห้วยจมน้ำเสียชีวิตโดยที่ไม่มีใครรู้เห็น จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ออกลาดตระเวนดูพื้นที่ป่าไปเจอศพเข้า สอบถามญาติไม่มีใครติดใจสงสัยสาเหตุการตาย จึงมอบศพให้ญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีทางศาสนา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพบศพนายสำราญ ผู้ตายชาวบ้านต่างลือกันไปต่างๆ นาๆ ว่าเหตุที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปเจอศพเข้าคงเป็นเพราะดวงวิญญาณของผู้ตายคงเฮี้ยนดลจิตดลใจให้หมวกของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ถูกลมพัดปลิวตกใกล้ลำห้วยริมถนน เจ้าหน้าที่ป่าไม้จึงจอดรถลงไปเก็บหมวกและได้กลิ่นเหม็นจึงเดินไปดูจนกระทั่งพบศพดังกล่าว
เนื่องจากจุดที่พบศพเป็นลำห้วยที่มีวัชพืชนานาชนิดขึ้นปิดคลุมลำห้วย แถมมีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น หากไม่ได้สังเกตุ หรือได้กลิ่นเหม็นเน่าจะไม่มีใครเห็นอย่างเด็ดขาดว่ามีศพผู้เสียชีวิตลอยอยู่ในลำห้วย ซึ่งกลุ่มชาวบ้านในหมู่บ้านต่างเชื่อกันอย่างนั้น