แฉพระวัยดึกลวงสามเณรภาคฤดูร้อนอนาจารผู้ปกครองตั้งกล้องหลักฐานชัด
พระสงฆ์อายุ 76 ปี ก่อเหตุอนาจารย์สามเณรซ้ำซากแถมยังตั้งโหลเหล้าขาวแช่ซากลูกวัวไว้ดื่มอ้างทำให้นกเขาแข็งไว ผู้ปกครองสุดทนตั้งกล้องบันทึกภาพหลักฐานชัดโร่แจ้งความเอาผิดพระนอกรีตรู้ตัวเผ่นจีวรปลิวหายตัวจากวัด ตร.เร่งสอบสวนดำเนินคดีแล้ว
วันที่ 10 เมายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า พระสงฆ์และผู้ปกครองสามเณร ภายในวัดแห่งหนึ่งของอำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เปิดเผยคลิปวีดีโอหลายคลิปด้วยกัน ที่ได้มีการบันทึกภาพสงฆ์ชรารูปหนึ่ง ได้ก่อเหตุอนาจารเด็กชายอย่างชัดเจน โดยคลิปได้บันทึกจากกล้องของผู้ปกครองที่วางแผนบันทึกหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับพระรูปนี้ให้ได้ หลังจากสามเณรที่เข้าบวชเรียนภาคฤดูร้อนได้แจ้งผู้ปกครองถึงพฤติกรรมนอกรีตอย่างร้ายแรง รวมทั้งยังดื่มเหล้าดองซากลูกวัวทุกวัน
ต่อมาทีมข่าวได้ติดตามไปยังวัดที่เกิดเหตุ พบว่าอยู่ในอำเภอบางขัน ซึ่งผู้ปกครองของสามเณรได้นำคลิปภาพไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางขันแล้ว อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีเมื่อ 2 วันก่อน ส่วนพระสงฆ์อายุ 76 ปีที่ปรากฏในคลิปได้หลบหนีออกจากวัดไปแล้วหลังจากที่ทราบว่าถูกบันทึกหลักฐานไว้ได้และมีการแจ้งความจากผู้ปกครองของเด็ก คาดว่าน่าจะหลบหนีไปอาศัยอยู่ในภูมิลำเนาเดิมคือจังหวัดตรัง อยู่ในระหว่างการสืบสวนติดตามของเจ้าหน้าที่
ขณะที่สามเณรในวัดได้พาเข้าไปชี้ที่เกิดเหตุอย่างละเอียดพร้อมทั้งเล่าถึงพฤติการณ์ของพระรูปนี้ในการเรียกเข้าไปแล้วทำอนาจารบ่อยครั้ง และยังพาไปชี้ให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพโหลที่พระรูปที่ก่อเหตุอ้างกับสามเณรว่าเป็นยาดอง ภายในมีซากลูกวัวในรกที่ยังไม่ครบกำหนดคลอดถูกดองกับเหล้าขาว สามเณรระบุว่าพระที่ก่อเหตุดื่มทุกวันอ้างว่าเป็นยาบำรุงทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวเร็ว
พระเจ้าอาวาส ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าก่อนหน้านี้ได้ถูกคนร้ายทำร้ายบาดเจ็บสาหัสไม่รู้สึกตัวถึง 3 วันรักษาตัวในรพ.ร่วม 1 เดือน ไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นเลย โดยมอบทุกอย่างให้พระลูกวัดรูปหนึ่งเป็นผู้ดูแลซึ่งไม่ใช่พระรูปที่ก่อเหตุ หลังจากที่เกิดเหตุได้แจ้งให้ผู้ปกครองแจ้งความดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดเนื่องจากเป็นพฤติการร้ายแรงสร้างความเสียหายให้กับพระสงฆ์อย่างมาก
ส่วนพระรูปที่ดูแลวัดไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆแต่แจ้งข้อมูลว่าพระรูปที่ก่อเหตุมีภูมิลำเนาจังหวัดตรัง ได้มาจำวัดอยู่ที่วัดนี้มาระยะหนึ่งแล้ว โดยไม่มีใครทราบพฤติกรรม จนกระทั่งเรื่องนี้เกิดขึ้นตนเองทราบจากผู้ปกครองที่เดินทางกันมาเต็มวัดหลังจากที่ได้หลักฐานมา ส่วนพระรูปนั้นได้หลบหนีหายออกจากวัดไปแล้ว ซึ่งได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ไปแล้ว ส่วนที่เหลือขอให้เป็นเรื่องของกฎหมายบ้านเมือง