โรงไฟฟ้า RDF นิคมอุตสาหกรรมพิจิตร เปิดโรงงานให้ดูว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
วันที่ 20 ส.ค. 63 นายสุรพงษ์ หวังศิริเวช กรรมการผู้จัดการบริษัท เอวาแกรนด์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานไฟฟ้าRDF ที่ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือตอนล่าง (จังหวัดพิจิตร) หมู่ 1 ตำบลหนองหลุม อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร ได้เปิดโรงงานให้ นายยงยศ วุฑฒิโกวิทย์ พลังงานจังหวัดอุดรธานี นำคณะที่เป็นกลุ่มเยาวชนนอกโรงเรียน กลุ่มผู้นำ/แกนนำชุมชน กลุ่มส่วนราชการ กลุ่มประชาชนทั่วไป กลุ่มนักสื่อสารพลังงาน และคณะทำงานฯ ร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานการนำขยะมาเป็นเชื้อเพลิง (Refuse Derived Fuel : RDF) เพื่อผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าตามโครงการสร้างความรู้ สร้างความเข้าใจ และพัฒนาการสื่อสารด้านพลังงานเพื่อเพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อการขับเคลื่อนงานพลังงานในชุมชน จำนวน 50 คน เข้าเยี่ยมชมโรงงานไฟฟ้า RDF ดังกล่าว ทั้งนี้สืบเนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนทั่วไปมักได้รับข้อมูลข่าวสารว่า โรงงานไฟฟ้า โรงงานไฟฟ้าจากขยะ เป็นตัวอันตรายและทำลายสิ่งแวดล้อมทำให้เกิดทัศนคติที่ไม่ดีต่อการพัฒนางานด้านอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งจังหวัดอุดรธานีก็กำลังที่จะมีการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้า RDF ขึ้น ในนิคมอุตสาหกรรมของภาคเอกชน ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความรู้และความเข้าใจ พลังงานจังหวัดอุดรธานีจึงได้นำพาชาวบ้านมาพิสูจน์และชมโรงงานไฟฟ้า ของ บริษัทเอวาแกรนด์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานไฟฟ้า RDF ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมพิจิตร โดยใช้ขยะหรือสิ่งของเหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมประเภทเศษผ้า เศษพลาสติก เศษไม้ เศษหนัง เศษยาง และ กระดาษ ที่ผ่านการแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง RDF อัดเป็นก้อนขนาดประมาณ 1 ลูกบาศก์เมตร มีน้ำหนักประมาณ 1,000 กก. ที่นำมาจากจังหวัดสระบุรีแล้วมาเข้าโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมพิจิตร โดยทางโรงงานได้พากลุ่มชาวบ้านจากจังหวัดอุดรธานีเยี่ยมชมและตอบข้อซักถามเพื่อให้หายข้องใจ ซึ่งหลังจากเยี่ยมชมโรงงานและรับฟังข้อมูลต่างๆ ชาวบ้านที่มาจากจังหวัดอุดรธานี ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถูกหลอกให้กลัวโรงงานไฟฟ้ามาเสียตั้งนาน แต่พอมาได้เห็นของจริงจึงรู้แล้วว่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คาดคิดและจะนำสิ่งที่รู้สิ่งที่เห็นไปเล่าและบอกต่อกับคนในชุมชนต่อไป
สำหรับ บริษัท เอวาแกรนด์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด มีกำลังการผลิต 4 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินกิจการมาตั้งแต่เดือน มกราคม 2563 ไม่เคยมีอุบัติเหตุเกิดภายในโรงงาน หรือ สร้างปัญหาให้กับชุมชนแต่อย่างใด โรงงานแห่งนี้มีพนักงาน 50 กว่าคน ใช้เทคโนโลยีการเผาใหม้แบบตะกรับเคลื่อนที่ อุณหภูมิในห้องเผาใหม้ 850-1,050 องศาเซลเซียส มีการบริหารจัดการกากของเสียที่มีคุณภาพ และการบำบัดอากาศด้วยระบบบำบัดแบบแห้ง ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ สามารถผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตลอด 24 ชั่วโมง