8 องค์กรภาคท่องเที่ยวฯพัทยา ดัน Pattaya Moves On เสนอเร่งจัดตั้ง กก.ชุดพิเศษจัดทำพื้นที่ Seal Route พัทยา-สัตหีบ ตั้งเป้าต้องเปิดพื้นที่รับนทท.หวังเริ่ม 1 ส.ค.
8 องค์กรภาคท่องเที่ยวและบริการพัทยา ดัน Pattaya Moves On เสนอเร่งจัดตั้ง กก.ชุดพิเศษจัดทำพื้นที่ Seal Route พัทยา-สัตหีบ ตั้งเป้าต้องเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวหวังเริ่ม 1 ส.ค. พร้อมความจำเป็นการรับวัคซีน 70 % ระบุเป็นความหวังเดียวของความอยู่รอด
นายชัยรัตน์ รัตโนภาส ประธานชมรมเวลเนส แอนด์สปาเมืองพัทยา เปิดเผยว่าปัจจุบันตัวแทนจาก 8 องค์กรภาคธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและบริการของเมืองพัทยา เดินทางเข้าพบ นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราช การจังหวัดชลบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี ที่ได้ประกาศผ่อนปรนมาตร การควบคุมในพื้นที่หลายส่วน พร้อมกันนี้ได้ยื่นหนังสือแจ้งความคืบหน้าถึงโครงการ Pattaya Move on ที่เมืองพัทยา ร่วมกับ ททท. และภาคธุรกิจได้หารือเสนอแผนในการจัดทำเพื่อหวังจะเปิดเมืองท่องเที่ยวให้ได้ภายในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ในลักษณะของ Seal Route หรือการกำหนดกลุ่มนักท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว และเส้นทางพื้นที่การท่องเที่ยวเฉพาะ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยด้านการแพร่กระจายของโรค และถือเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของพัทยา ที่พบว่าต้องประสพกับปัญหามานานกว่า 2 ปี จนกิจการธุรกิจด้านบริการในหลายประเภทต้องปิดชั่วคราวและถาวรไปแล้วกว่า 80 % สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก
สำหรับพื้นที่เมืองพัทยามีความแตกต่างจากพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆอย่าง ภูเก็ต สมุย ฯ ที่มีลักษณะเป็นเกาะจนสามารถจัดทำการป้องกันแบบ Sand Box ได้ จึงเสนอแนวจัดทำแบบ Seal Route ที่จะมีการระบุกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องได้รับวัคซีนครบ สถานที่เข้าพัก เส้นทางการทำกิจกรรม โดยจะเน้นใน 2 อำเภอหลักคือ บางละมุงกับสัตหีบ อย่างไรก็ตามสถานประกอบการที่ต้องการเข้าร่วมต้องผ่านมาตรฐาน SHA + หรือมาตรฐานข้อกำหนดพื้นที่ในการรองรับการให้บริการที่ปลอดภัย และต้องมีมาตรฐานด้านการบริการหรือ SOP ตามที่รัฐกำหนดด้วย และด้วยความที่กำหนดไว้ใน 2 อำเภอหลัก จึงเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษขึ้นมาอีก 1 ชุด เพื่อกำหนดมาตรการและสิ่งที่ควรดำเนินการในการจัดทำ Seal Route ใน 2 อำเภอหลัก โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะประธาน กก.ควบคุมโรคติดต่อเป็นประธาน อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับ 70 % ของทั้งในส่วนประชากร แรงงาน และภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าคงจะใช้ประมาณ 9 แสนโดสหรือประมาณ 4.5 แสนคน โดยทั้งหมดนี้ได้เสนอผ่านไปทาง ศบค.จังหวัดชลบุรี เพื่อเข้าสู่ ศบค.ใหญ่ เพื่อพิจารณาต่อไป และในเร็ววันนี้จะมีการเข้าพบ รมต.ท่องเที่ยว เพื่อหารืออีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าสอดคล้องกับกรณีที่ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาประ กาศจะเปิดประเทศภายใน 120 วันด้วย
นายชัยรัตน์ กล่าวต่อไปว่าตามเป้าหมายที่ได้วางไว้คือน่าจะมีการเปิดเดินระบบของโครงการ Pattaya Move on หรือ Seal Route ให้ได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเป็นการ Test ระบบและป้องกันปัญหาที่อาจเกิด ขึ้นซ้ำๆ เพราะหากไปดำเนินการในช่วงฤดูท่องเที่ยวหรือในช่วงตุลาคมก็อาจไม่ทันต่อการรองรับได้ทันและหากมีปัญหาความเสียหายก็อาจจะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นโครงการนี้ถือว่ามีความสำคัญและต้องร่วมกันผลักดันเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยหากสถานการณ์ยังคงไม่มีความชัดเจนและดำเนินการไม่ทันในฤดูกาลท่องเที่ยวปี 64 นี้ คาดว่าเมืองพัทยาจะต้องประสพกับปัญหาสาหัส เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่คงจะแบกรับภาระต่อไปไม่ไหว ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงคงจะต้องมีการปิดกิจการเพิ่ม เกิดการเทขายธุรกิจ จะมีนายทุนจากต่างชาติเข้ามาทุบราคา กว้านซื้อในราคาถูก ปัญหา NPL จะเกิดผลกระทบไปทั่วเป็นลูกโซ่ จึงต้องมีการเร่งผลักดันให้โครงการเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม...