แม่เหยื่อทหารอุ้ม วอนรักษาเกียรติชายชาติทหาร ยื่นอกรับผิด
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความคืบหน้า เกี่ยวกับ คดี พ่อ แม่ ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี กับ พนักงานสอบ สวน สภ.ธาตุพนม เพื่อเอาผิด กลุ่มทหารชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ศอ.ปส.ชอน. หรือ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายเเดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ตอนบน) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งมาตั้งฐานปฏิบัติการ ที่วัดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จนกระทั่งมีการก่อเหตุ อุ้มสองพี่น้อง ไปเค้นให้รับสารภาพว่าค้ายาเสพติด เนื่องจากทั้ง 2 พี่น้อง มีประวัติเสพ แต่ไม่ยอมรับ จึงบุกไปอุ้มตัว ขณะทั้งสองพี่น้อง พักอยู่ในกระท่อมนา ช่วงคืนวันที่ 17 เมษายน 2563 และนำไปกักตัวซ้อมในศูนย์ปฏิบัติการ ทำให้ พี่ชายเสียชีวิต คือ นายยุทธนา ซ้ายซา หรือด่อน อายุ 33 ปี ส่วนน้องชาย คือ นายณัฐพงษ์ ซ้ายซา หรือแดง อายุ 29 ปี ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ยังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม เนื่องจากถูกซ้อม จนกระดูกซี่โครงหัก 2 ซี่ และมีแผลฟกช้ำทั่วร่างกาย โดยทางตำรวจกำลังเร่งรวบรวม สอบพยานหลักฐาน เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาผู้กระทำผิด ทั้งหมด มาดำเนินคดี
ล่าสุดทางด้าน นางป่าน ซ้ายซา อายุ 56 ปี แม่ผู้เสียชีวิต ออกมาเรียกร้องไปยังหน่วยงานทหารว่า มาถึงวันนี้อยากฝากไปยังหน่วยงานทหารต้นสังกัด รีบนำตัวกลุ่มทหารที่กระทำผิดซ้อมลูกชายของตนจนเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ มารับผิด รวมถึงกลุ่มทหารที่ทำผิด ต้องกล้ารับผิด อยากให้ รักษาเกียรติชายชาติทหาร ทำผิดกล้ารับผิด ออกมายื่นอกรับผิดชอบกับผลกรรมที่ก่อไว้ ไม่ต้องให้คนอื่นเสียเวลา และขอร้องอย่าคิดสู้คดี เพราะครอบครัวตนสูญเยลูกชายทั้งคน มาถึงขนาดนี้แล้ว อยากให้ความเป็นธรรม เข้าใจในความสูญเสีย เพราะการกระทำดังกล่าว มันถือว่าเลยร้ายเกินไป โหดร้ายที่สุด เกินจะรับได้ ทำร้ายคนไม่มีทางสู้ ส่วนคนเจ็บยังต้องรักษาตัวอีกนาน กว่าจะปลอดภัย ไม่สามารถทำงานช่วยพ่อแม่ได้ อีกคนเสาหลักต้องตาย พ่อแม่ อายุมาก มีลูกแค่ 2 คน ที่ช่วยดูแล กับมาสูญเสียอีก นึกถึงวันที่ไปรับลูกชายยังรับไม่ได้ ทั้งที่ลูกชายเจ็บถูกทำร้ายจะตายอยู่แล้ว ยังบอกว่าปลอดภัย แถมยังไม่อยากให้เอาตัวคืนมา หากไม่พยายามไปขอตัวลูกคืน ช้าอีกวันตนคิดว่าลูกชายอาจถึงตาย เพราะดูแลไม่มีความปราณีเลย
ด้าน นายณัฐพงษ์ ซ้ายซา หรือแดง อายุ 29 ปี ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส เล่าถึงพฤติกรรมกลุ่มทหารโหดว่า ขณะตนกับพี่ชายนั่งกินข้าวในกระท่อมนา จู่ๆ มีรถยนต์กระบะกลุ่มทหารมาจอด และบุกเข้าไปพยายามจับตัว ทำให้ตกใจพยายามหนี ยอมรับว่าเสพยา แต่ไม่เคยสร้างปัญหาเดือดร้อนให้สังคม ทำผิดยอมรับผิดหากจับไปดำเนินคดี ไม่เคยคิดขัดขืน นาทีแรกตั้งแต่จับตัวพี่ชายกับตนได้ ใส่กุญแจมือไพร่หลังทั้ง 2 คน จากนั้นมาเป็นชุดเลย ทั้งเตะถีบ กระทืบสารพัด พอนำไปฐานปฏิบัติการ ยังซ้อมต่อเป็นชั่วโมง เค้นให้รับกล่าวหาว่าค้ายาบ้า ทั้งที่ตนกับพี่ชายเสพแค่นั้น เข้าไปในฐานได้ปิดไฟแยกซ้อม ได้ยินแต่เสียง พี่ชายถูกซ้อมครวญครางด้วยความเจ็บปวด จนกระทั่งเงียบไปคาดว่าหมดสติ และมารู้ทีหลังว่า ถูกส่งไปโรงพยาบาลและเสียชีวิต ส่วนตนเจ็บปวดทรมานมาก ขอร้องเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง จนคิดว่าจะไม่รอด ยอมรับนึกถึงการกระทำของกลุ่มทหารมันเลวร้ายมาก โหดเหี้ยมเกินคน ไม่คิดว่าคนที่เป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะทำแบบนี้