ตำรวจสระบุรีโชว์กึ๋นล่อซื้อซิมม้ารายใหญ่ขายในโลกออนไลน์ใช้ชื่อต่างด้าวเปิดลงทะเบียน
วันที่18 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า จากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสระบุรี ให้มีการสืบสวนเชิงลึกในการจับกุมผู้ต้องหาลักลอบขายซิมม้าหรือซิมผี ที่มิจฉาชีพซื้อไปใช้ก่อเหตุอาชญากรรม และก่อเหตุทางเทคโนโลยีในการหลอกโอนเงิน โดยมีพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท. จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 สั่งการให้พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จว.สระบุรี เร่งปราบปราบสืบสวนจับกุมแก๊งขายซิมม้าซึ่งสร้างความเสียหายกับประชาชนเป็นวงกว้างอยู่ในขณะนี้
โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.กก.สส.ภ.จว.สระบุรี ว่าได้มีการสืบสวนเชิงลึกว่ามีการขายซิมม้ารายใหญ่อยู่ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา โดยขายผ่านทางทวิตเตอร์ และโลกออนไลน์ จึงได้ทำการล่อซื้อจำนวน3ชิมในราคา 600 บาทแล้วให้จัดส่งซิมมาให้ทางพัสดุ เมื่อได้รับซิมแล้วก็จะเปิดการใช้ซิมให้ จากการตรวจสอบซิมที่ได้รับแล้วพบว่าเป็นซิมที่มีการลงทะเบียนโดยคนต่างชาติหรือบุคลในประเทศเพื่อนบ้าน(เมียนมา และลาว )จากหลักฐานในการตรวจสอบพบว่าเป็นซิมที่ใช้ในการก่อเหตุอาชญากรรมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสระบุรี จึงได้ขอหมายศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลขที่220/2566 ลงวันที่17ส.ค.2566 เพื่อเข้าจับกุมผู้ต้องหา
ต่อมาเวลา10.00 น.ของวันนี้ (18 ส.ค.) พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.กก.สส.ภ.จว.สระบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสระบุรีกว่า10 นาย พร้อมหมายศาลเข้าจับกุมตัวนายภัคธีมา อายุ 34 ปี อยู่บ้านหมู่ที่9 ต.ศีรษะจระเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ที่บ้านลักษณะทาวน์เฮาส์ชั้นเดียวอยู่บ้าน หมู่4 ต.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบุคลตามหมายจับของศาลจังหวัดสระบุรี ในข้อหา เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือขายข่าว โดยประการใด ๆเพื่อให้การซื้อหรือขายเลขโทรศัพท์
สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการ ในนามของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้วแต่ไม่สามารถระบุผู้ใช้บริการได้ โดยการตรวจค้นภายในบ้านพบซิมโทรศัพท์อีก 30 ซิมรอการจำหน่าย พร้อมด้วยแทปแลต โทรศัพท์มือถือจำนวน 3 เครื่อง สมุดธนาคาร อีก 1 ฉบับ บัตรเอทีเอ็มจำนวน 1 ใบ ซึ่งซิมโทรศัพท์ที่จำหน่าย โดยนายภัคธีมา ทองทา อายุ 34 ปี รับสารภาพและเจ้าหน้าที่ตำรวจยังสืบทราบว่ามีการจำหน่ายซิมโทรศัพย์ไปแล้ว100 กว่าซิม
ต่อมาได้นำตัวนายภัคธีมา ผู้ต้องหาไปยัง สภ.อุทัย เพื่อบันทึกการจับกุมแล้วนำตัวกลับมาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สภ.เมืองสระบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี
ด้าน พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.กก.สส.ภ.จว.สระบุรี กล่าวว่า ได้สืบทราบว่ามีการขายซิมโทรศัพท์ผ่านทางโซเซียล พบว่าเป็นซิมโทรศัพท์ลงทะเบียนสำเร็จโดยไม่ต้องลงทะเบียนหรือพร้อมใช้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนบุคคล ซึ่งพบว่าซิมโทรศัพท์ดังกล่าวเป็นซิมม้าใช้ในการก่อเหตุอาชญากรรม จึงได้ทำการล่อซื้อซิมม้าดังกล่าวมาทดลองโทรศัพท์ได้จริง
จากนั้นได้รวบรวมหลักฐานขอหมายศาลจังหวัดสระบุรีเพื่อจับกุมตัว นายภัคธีมา(ผู้ต้องหา) ซึ่งพบว่านายภัคธีมา ได้ขายซิมพร้อมใช้ไปแล้ว100 กว่าซิม ในราคาซิมละ 200 บาท เป็นการตัดวงจรเบื้องต้นไม่ให้นำซิมไปก่อเหตุอาชญากรรม ตามนโยบาย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้มีการปราบปรามซิมม้า ในการตรวจค้นในบ้านยังพบซิมเตรียมลงทะเบียนอีก 30ซิม โดยในการลงทะเบียนซิมจะใช้เลข 13 หลักของบัตรประชาชนที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้หรือเลขพาสปอร์ตจะเป็นซิมที่จะนำไปใช้ทางอาชญากรรม หรือในทางผิดกฎหมาย
โดยตอนนี้มีการแพร่ระบาดเป็นจำนวนมาก ฝากเตือนผู้ขายซิม ดังกล่าวให้เลิกทำเนื่องจากซิม ดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย ซึ่งมีโทษตั้งแต่ 2 ปีถึง 5 ปี ซึ่งผู้ต้องหารับว่ากระทำจริงโดยนายภัคธีมา(ผู้ต้องหา) ไม่คิดว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ ซึ่งนายภัคธีมา(ผู้ต้องหา)ยังรับว่าขายซิมม้ามาเรื่อยๆ เนื่องจากผู้ต้องหาก็เป็นตัวแทนขายซิมโทรศัพย์อยู่แล้ว เป็นแบบระบบเติมเงิน ซึ่งถ้าเป็นบุคคลทั่วไปก็จะไปซื้อซิมที่ร้านขายซิมทั่วไปพร้อมยืนยันตัวตนว่าตนเป็นผู้ใช้ซิม โทรศัพท์ ซึ่งซิมสำเร็จหรือซิมม้าเชื่อได้ว่าต้องนำไปใช้งานในทางผิดกฎหมายอย่างแน่นอน
ส่วนนายภัคธีมา ผู้ต้องหา ยอมรับว่าขายซิมม้าจริงสำหรับซิมการ์ดตนเองขายในระบบ แบบเติมเงิน สามารถใช้เล่นอินเตอร์เน็ตได้ โดยลูกค้าสั่งซื้อในราคาซิมละ 200 บาท สำหรับการลงทะเบียนและซื้อซิมเติมเงินใช้ชื่อที่อยู่และเลขบัตร ของบุคคลอื่น ส่วนใหญ่ที่ใช้เลขเอกสารลงทะเบียนจะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว สำหรับการลงทะเบียน ใช้รูปหน้าบัตร (คล้ายบัตรประชาชน)โดยถ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือ หลังจากลูกค้าสั่งซื้อแล้วทางผมส่งซิมไปให้ตามที่อยู่ ( ซึ่งยังไม่ได้ลงทะเบียน )เมื่อลูกค้าได้รับซิมแล้วตนเองก็เช็ดจาการรับพัสดุ แล้วลูกค้าโทรมาแจ้งเพื่อเปิดเบอร์ จากนั้นตนเองถึงลงทะเบียนให้ เป็นอันเสร็จ