สิ้นสุดการรอคอย 40 ปี คาด 2 เดือน ก.คลังจ่อคลอดงบฯ พรบ. การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2562

ภูมิภาค30 ต.ค. 2564 • 04:04 น.
สิ้นสุดการรอคอย 40 ปี คาด 2 เดือน ก.คลังจ่อคลอดงบฯ พรบ. การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2562
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2564 เวลา 12.00 น. ที่ห้อง CA303 อาคารัฐสภาเกียกกาย ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล เป็นประธาน พร้อมด้วยหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ได้แก่ ผู้แทนปลัดกระทรวงการคลัง ผู้แทนกรมบัญขีกลาง ผู้แทนเลขาธิการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ผู้แทนเลขาธิการกฤษฎีกา และผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องเงินเดือน เงินตอบแทน เงินประจำ ตำแหน่ง ตามพระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2562 นายสิทธิเณศ เห้งทับ เลขาธิการสมาคมครูปริยัติธรรมภาคใต้ ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในการประชุมร่วม คณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เดิมนั้นโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา สังกัดกรมศาสนา กระทรวงศึกษาธิการปัจจุบัน สังกัดกองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และศึกษารายวิชาเพิ่มเติม ภาษาบาลีและธรรมวินัย ภายใต้กฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสถาบันพระพุทธศาสนา พ.ศ. ๒๕๔๘ การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เป็นการศึกษารูปแบบหนึ่งของการศึกษาคณะสงฆ์เป็นการศึกษาที่รัฐกำหนดให้มีขึ้นตามความประสงค์ของการศึกษา คณะสงฆ์เป็นการศึกษาที่รัฐกำหนดให้มีขึ้นตามความประสงค์ กล่าวคือภายหลังจากที่การศึกษาในมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่ง คือ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย และสภาการศึกษามหามงกุฎราชวิทยาลัย ซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๓๒ และ พ.ศ. ๒๔๘๙ ตามลำดับ ได้เจริญก้าวหน้ามากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ประกาศใช้ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาขึ้น เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๑๔ และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา พ.ศ. ๒๕๓๕ (ปัจจุบันใช้ระเบียบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่าด้วยโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖) โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะทำให้การศึกษาในโรงเรียนดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายศาสนจักร และฝ่ายบ้านเมือง กล่าวคือ ทางฝ่ายศาสนจักรจะได้ศาสนทายาทที่ดี มีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เป็นผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ดำรงอยู่ในสมณธรรม สมควรแก่ภาวะ สามารถธำรงและสืบต่อพระพุทธศาสนาให้เจริญสถาพร สิ่งที่หัสจรรย์ที่สุดโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ครู มีอายุงาน 30 ปี 25 ปี 15 ปี จำนวนมากจากทั้งหมด 4,784 รูป/ คน ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างสมบรูณ์ถวายความรู้ให้นักเรียนสามเณร ตามความศรัทธาทาที่มีต่อการศึกษาคณะสงฆ์ไทย พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2562 เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ วันที่ 17 เมษายน 2562 ถึงวันนี้รวมแล้ว 800 กว่าวัน ซึ่งนั่นคือเกือบ 3 ปี แต่ยังไม่สามารถนำมาบังคับใช้ ให้ครูบุคลากรได้รับสิทธิ์อันพึงมีพึงได้ตามพระราชบัญญัติฯ ทั้งนี้ต่างกับ กระทรวง ทบวงกรมต่างๆ เช่น กระทรวงกลาโหมกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม อบจ.เทศบาล มีโรงเรียนในสังกัดทั้งนั้น ได้รับการดูแลจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ ทั้งที่เป็นโรงเรียนของรัฐเหมือนกัน ดร.เพชรวรรต กล่าวว่า เป็นการติดตามผลจากการประชุมครั้งก่อน โดยมีผู้แทนครูเข้าร่วมรับฟังและสังเกตการณ์ โดยได้ข้อสรุปดังนี้ ผู้แทนกระทรวงการคลังได้แจ้งว่าไม่ติดใจในประเด็นข้อสงสัยในครั้งก่อนเรื่อง เงินเดือน เงินตอบแทน เงินประจำ ตำแหน่ง และพร้อมที่จะจัดสรรให้ตามกรอบที่เสนอเมื่อกฤษฎีกาได้ตีความกฎหมายลูกแล้ว แต่ได้ตั้งประเด็นข้อสงสัยในประกาศของ คณะกรรมการบริหารงานบุคคล (กปบ.) ว่าด้วยเรื่องเงินเดือน เงินค่าตอบแทน และเงินประจำตำแหน่ง ว่าอาจเป็นการออกกฎหมายลูกที่เกินอำนาจหรือไม่จะได้ขอให้คณะทำงานของกฤษฎีกาได้ตีความในประเด็นดังกล่าวเพื่อไม่ให้เป็นข้อสงสัยกับหน่วยงาน อื่นๆ เพราะกฎหมายลักษณะนี้ยังไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจะมีการนัดหมายประชุมเร่งด่วนในวันที่ 3 พฤศจิกายน นี้ ผู้แทนเลขาธิการกฤษฎีกา จะเร่งนำเอาข้อกฎหมายนำไปเข้าคณะกรรมการใหญ่เพื่อหารือและแก้ข้อกฎหมายไปตามกรอบของกฎหมายที่ พ.ร.บ. ได้บัญญัติและให้อำนาจไว้ โดยจะทำงานเป็นไปอย่างคู่ขนานร่วมกับกระทรวงการคลัง โดยคาดว่าจะใช้เวลาทั้งสิ้นภายใน 2 เดือน ทั้งนี้กระทรวงการคลังได้ตอบรับว่าเห็นด้วยที่จะดำเนินไปในกรอบเวลานี้ ผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดยท่านที่ปรึกษาได้ชี้แจงว่ากฎหมายดังกล่าวเคยมีมาแล้วเช่นของ กรมสอบสวนพิเศษ (DSI) ซึ่งสามารถเทียบเคียงได้ นอกจากนี้ยังได้ข้อมูลของเจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.) ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดูแลอยู่ตอนนี้พร้อมแล้ว หากกฤษฎีกาให้ความชัดเจน ก็พร้อมจะประสานงานกับหน่วยงานทั้งสามอย่างใกล้ชิด และแก้ไขทันทีตามที่ร้องขอ นาย สำเภา ทิพย์แก้ว นายกสมาคมครูปริยัติธรรมภาคใต้ ผู้แทนครูได้ขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้เป็นหน่วยงานกลางในการประสานทุกภาคส่วนให้ได้มาร่วมกันหาทางออกซึ่งไม่ใช่การหาช่องโหว่ของกฎหมาย ที่ทำให้ช้าลงเพราะที่ผ่านมาก็ล่าช้าอยู่แล้ว ทั้งที่กระทรวง ทบวงอื่นก็มีการจัดการศึกษาเช่นกัน แต่กลับได้รับสนับสนุนจากรัฐอย่างเพียงพอ ซึ่งต่างจากโรงเรียนพระปริยัติธรรมของเราที่เปิดทำการมากว่า 40 ปี ยังไม่ได้รับสิทธิใดเลย