หนุ่ม รปภ.สุดช้ำ ถูกรถสิบล้อชนแล้วหนีกลายเป็นคนพิการ ไร้ญาติดูแล ต้องนอนรออาหารจากผู้ใจบุญ
วันที่ 8 ม.ค.65 นายเฉลิมพล เปรมสุขสวัสดิ์ อายุ 42 ปี อาศัยอยู่ห้องเช่าชื่อ ช.สุนันท์ ในชุมชนจามรร่วมใจ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เดิมทีประกอบอาชีพเป็นสายตรวจ รปภ.ขอบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี เมื่อช่วงเดือนเมษายน 2564 ได้เกิดอุบัติเหตุถูก 10 ล้อ ชนท้าย ทำให้รถจักรยานยนต์ที่ขี่มาตกลงไปในร่องน้ำข้างทาง ได้รับปาดเจ็บที่ขาข้างซ้ายอย่างหนัก เส้นเลือดขาด ขาหักหลายท่อน กระดูกเขาหลุด โชคดีมีมีพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ เรียกรถพยาบาลมารับ ส่วนรถ 10 ล้อ คันที่ก่อเหตุซิ่งหนีลอยนวล ตอนนี้นายเฉลิมพล ไม่สามารถทำงานได้ พอเพียงความหวังจากผู้ใจบุญนำอาหารมาให้
นายเฉลิมพล เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ตนเองทำงานเป็นสายตรวจ รปภ.ให้กับบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี มีหน้าที่คอยขี่รถจักรยานยนต์ไปตรวจพนักงาน รปภ.ของบริษัทว่าปฎิบัติหน้าที่อยู่หรือเปล่า และเมื่อวันที่ 25 เม.ย.64 ขณะที่ตนเองขับรถไปตรวจงานที่วังน้อย จังหวัดอยุธยา ขากลับช่วงเวลาประมาณ 07.30 น บนถนนวังน้อย ตนได้ถูกรถ 10 ล้อ ชนท้าย จนทำให้รถจักรยานยนต์ของตนเองตกลงไปข้างทางและตีลังกาหลายตลบ ทำให้ขาข้างซ้ายไม่สามารถขยับได้ ตนพยายามคานขึ้นมาบนถนนเพื่อขอความช่วยเหลือ โชคดีมีพลเมืองดีที่ขับรถผ่านมาเข้ามาช่วยเหลือเรียกรถพยาบาลมารับ หลังจากที่ตนเองนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านรังสิตมาเกือบ 2 เดือนนั้น ตนเองใช้สิทธิ์ประกันสังคมรักษามาตลอด ต่อมามีพยาบาลมาแจ้งว่าประกันสังคมของคุณใกล้จะขาดแล้ว ให้คุณติดต่อญาติเพื่อไปต่อประกันสังคม จะได้มีสิทธิ์ในการรักษาต่อไป แต่ตนเองไม่สามารถติดต่อญาติได้ เพราะครอบครัวตัวเองบ้านแตกต้องแยกย้ายกันไปคนละทางเมื่อหลายปีที่แล้ว เนื่องจากบ้านถูกธนาคารยึด
ตนเองจึงขอร้องหมอให้ตัวเองได้รักษาพยาบาลให้หายก่อนได้ไหม อย่าไล่ตนเองออกจากโรงพยาบาลเลย แต่คำขอไม่เป็นผล ตนต้องถูกให้ออกจากโรงพยาบาลทั้งๆที่ขายังเดินไม่ได้และยังมีเหล็กติดอยู่ที่ขา ตนเองต้องใช้วอลล์คเกอร์ช่วยเดินเพื่อพยุงตัวเองออกมานั่งที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงพยาบาล และอาศัยนอนที่ป้ายรถเมล์ เพราะตนไม่รู้จะไปไหน ตนไม่มีเงิน เงินที่ตนมีก็ใช้ในการรักษาหมดแล้ว โชคดีมีพี่คนขับรถแท็กซี่ผ่านมาเห็นตนเอง พี่แท็กซี่จึงเข้ามาถามไถ่ว่าทำไมตนเองมาอยู่แบบนี้ ตนจึงเล่าเหตุการณ์ให้ฟังทั้งหมด พี่คนขับแท็กซี่เห็นใจจึงพาตนเองไปอาศัยอยู่ในห้องเช่าแถวรังสิต แถมเจ้าของห้องเช่ายังใจดีไม่เก็บค่าเช่าห้อง 2 เดือน แต่ขอให้พักอาศัยได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น เมื่อยู่ครบ 2 เดือน พี่คนขับแท็กซี่คนเดิมก็พาตนเองตระเวนหาห้องเช่าใหม่ จนมาได้ห้องเช่าที่นี่
นายเฉลิมพล เล่าต่ออีกว่า ทุกวันนี้เงินกินเงินใช้จ่ายแต่ละวัน ต้องรอผู้ใจบุญมาบริจาคและนำอาหารมาให้ โชคดีมีป้าขายอาหารคนใจบุญให้เซ็นอาหารตามสั่งได้ แต่ตนเองก็เกรงใจไม่กล้าสั่งมาก สิ่งที่ตนเองต้องการมากที่สุดคือ อยากรักษาต่อจนหาย ตนอยากกลับมาเดินได้เหมือนเดิม เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระใคร ตนเชื่อว่าถ้าได้รักษาต่อจะสามารถกลับมาเดินได้อย่างแน่นอน ตนได้พยายามติดต่อเพจที่ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากตามโซเชียลต่างๆเพื่ออยากให้เข้ามาช่วยเรื่องรักษาขา แต่ตนก็เข้าไม่ถึงตัวเจ้าของเพจต่างๆ ตอนนี้ตนเองใช้ชีวิตในแต่ละวันลำบากมาก จะเข้าห้องนำแต่ละครั้งก็ลำบาก ตอนนี้ตนเองใช้สิทธิ์รักษาบัตรทอง 30 บาท เวลาเดินทางไปโรงพยาบาลแต่ละครั้งหมอก็ได้แต่ยา แล้วให้กลับบ้าน ตนไม่คิดว่าตนเองจะมาตกอยู่ในสภาพนี้ ทั้งๆที่ตนเองเป็นคนขยันทำงาน แต่ต้องมาประสบอุบัติเหตุจนทำให้เป็นแบบนี้ตนพูดไม่ออก คิดเพียงแต่ว่าเป็นกรรมเก่า
นายอรรถพร สังข์ใจ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองคูคต กล่าวว่า ตนเองคอยช่วยเหลือนายเฉลิมพล อยู่ตลอดตั้งแต่ย้ายมาอาศัยอยู่ห้องเช่า ทั้งค่าเช่าห้อง ร่วมถึงอาหาร และช่วยประสานหน่วยงานต่างๆ เข้ามาดู เผื่อเขาจะได้กลับมาเดินได้อีกครั้ง และตอนนี้นายเฉลิมพล ไม่มีญาติ ญาติที่เคยติดต่อได้พอมาประสบอุบัติเหตุก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย