ไม่ผิดตัว ลุงขี้หึงยิงเพื่อนบ้านดับ ระแวงคบหากับอดีตภรรยา โผล่มอบตัว สำนึกผิดรับกรรม

ภูมิภาค11 มิ.ย. 2566 • 07:05 น.
ไม่ผิดตัว ลุงขี้หึงยิงเพื่อนบ้านดับ ระแวงคบหากับอดีตภรรยา โผล่มอบตัว สำนึกผิดรับกรรม

นครพนม ไม่ผิดตัวลุง 58 ปี ขี้หึงเพื่อนบ้าน ระแวงจะคบหากับอดีตภรรยา ตัดสินใจจ่อยิงหัว พ่อม่ายดับคาบ้าน ก่อนหลบหนี สุดท้ายถูกตำรวจกดดัน โผล่มอบตัว สารภาพปัญหาไม่พอใจส่วนตัว ปมเคยขัดแย้งมาก่อน เกิดอารมณ์ชั่ววูบ ตัดสินใจก่อเหตุ ยอมสำนึกผิดขอชดใช้กรรม ด้านลูกเมียลุงหึงโหด เชื่อปัญหาหึงหวง อยากคืนดีภรรยา ยืนยันไม่เคยมีปัญหาชู้สาวแต่เจ้าตัวคิดระแวงไปเอง เผยเสียใจแต่ยังดีที่สำนึกผิดเข้ามอบตัว ขอโทษครอบครัวผู้สูญเสีย ส่วนแม่ผู้ตายยอมอโหสิกรรม เชื่อมีเวรกรรมต่อกันแต่ชาติที่แล้ว หมอดูเคยทักลูกชายจะอายุสั้น ไม่คิดจะเป็นจริง ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา  

            เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.นาทม อ.นาทม จ.นครพนม พ.ต.อ.เชาว์ ป้อมงาม ผกก.สภ.นาทม พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุพศิน กล่อมเกษม รอง ผกก.(ป) ร.ต.อ.สุเมธ ยิ่งแสวงดี รองสารวัตรสอบสวน และตำรวจชุดสืบสวน เดินทางไปรับตัว นายลำแพน  อายุ 58 ปี ชาวบ้านโนสะอาด ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม หลังทางครอบครัว อดีตภรรยา และลูกสาว ติดต่อประสานมายังตำรวจ ว่าผู้ต้องสงสัย เกี่ยวกับคดีก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายวิธี  หรือน้อง อายุ 51 ปี เพื่อนบ้าน เสียชีวิตปริศนา บริเวณหน้าบ้านพัก เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 8 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ภายหลังได้หลบหนี จนกระทั่งทางตำรวจ ได้ลงพื้นที่ รวบรวมพยานหลักฐาน ติดตามหาเบาะแส จนรู้ตัวผู้ต้องสงสัย แต่อยู่ระหว่างการหลบหนี และถูกกดดัน ก่อนเข้ามอบตัว รับทราบข้อกล่าวหา ทางตำรวจจึงได้ มีการติดต่อรับตัวมาสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนแก็ปยาว แบบไทยประดิษฐ์ ที่ใช้ก่อเหตุ ที่นำไปทิ้งในป่าหลังบ้าน มาประกอบการดำเนินคดี พร้อมแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เชื่อสาเหตุมาจากปมหึงหวงอดีตภรรยา เนื่องจากผู้ตาย เป็นพ่อม่าย และเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน ทำให้ระแวงคิดว่าผู้ตายจะมาคบหากับอดีตภรรยาผู้ต้องหา ที่พยายามขอคืนดีตลอด และอดีตภรรยาไม่ยอม จนเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน ถึงขนาดข่มขู่ฆ่าผู้ตาย และมีผู้ใหญ่บ้านเป็นพยานเจรจาไกล่เกลี่ย ยอมความกันมาแล้ว เมื่อ 2 -3 เดือนที่ผ่านมา สุดท้ายจึงเกิดเหตุขึ้นจริง  

            ภายหลังการมอบตัวรับทราบข้อกล่าวหา ทาง   พ.ต.อ.เชาว์ ป้อมงาม ผกก.สภ.นาทม พร้อมตำรวจชุดสืบสวน ได้คุมตัว  นายลำแพน อายุ 58 ปี ผู้ต้องหา ไปชี้จุดเกิดเหตุ บริเวณศาลาหน้าบ้านพักผู้ตาย เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยผู้ต้องหา สารภาพว่า มีปัญหาไม่พอใจส่วนตัวกันมาก่อน จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงศีรษะผู้ตาย ขณะนอนหลับพักผ่อน ที่ศาลาหน้าบ้าน แต่ไม่ขอพูดถึงรายละเอียดสาเหตุความขัดแย้ง เพราะมันผ่านมาแล้ว หลังหลบหนี 3 วัน กบดานที่สวนยางท้ายหมู่บ้าน จึงสำนึกผิด อีกทั้งห่วงลูกสาว และอดีตภรรยา จึงยอมออกมาขอมอบตัว และขอโทษครอบครัวผู้ตาย ขอชดใช้กรรม ในการกระทำที่เกิดขึ้น

            ด้าน อดีตภรรยา กับลูกสาว ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ยอมรับเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ไม่คิดว่าผู้ต้องหาจะก่อเหตุลักษณะนี้ แต่ยังดีใจที่คิดได้ สำนึกผิดกล้าออกมามอบตัว อย่างน้อยถึงแม้จะทำผิดไปแล้วยังออกมาสำนึกผิด ดีกว่าหลบหนี ส่วนปัญหาเชื่อมั่นว่า มาจากปมหึงหวง เพราะเป็นคนชอบระแวงอดีตภรรยา ถึงแม้จะเลิกกันไปแล้ว 4 -5 ปี ยังพยายามจะมาขอคืนดี แต่ไม่สำเร็จ ทำให้ระแวงผู้ตาย ที่เป็นเพื่อนบ้าน อีกทั้งบ้านอยู่ติดกัน คงกลัวว่าจะคบหากัน เพราะผู้ตายเป็นพ่อม่าย ทั้งที่ไม่เคยสนิทสนม พูดคุยกันเชิงชู้สาว เพียงรู้จักกันทั่วไป เพราะเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน แต่เชื่อว่าผู้ต้องหาคิดไปเอง ตัดสินใจก่อเหตุด้วยอารมณ์ชั่ววูบ อีกทั้งยังเคยมีประวัติเสพยาเสพติด อาจเป็นสาเหตุให้ประสาทหลอน ลงมือก่อเหตุ แบบไม่คิด อย่างไรก็ตามขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย จากนี้จะได้ นำขันธ์ห้า ดอกไม้ไปขอขมาให้อโหสิกรรมให้ ตามประเพณี และจะดูแลช่วยเหลือแม่ผู้ตาย เท่าที่ทำได้ เพราะสงสาร มีอายุมากแล้ว ต้องมาเสียลูกชายไปอีก ส่วนผู้ต้องหาให้ไปชดใช้กรรมรับผิดตามกฎหมาย

            ขณะเดียวกันทางด้าน  นางทองดี อายุ 78 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวว่า ผู้ต้องหาเป็นเพื่อนบ้านรู้สึกเสียใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ เกิดเหตุไปแล้ว ถามว่าจะอโหสิกรรมให้ หรือไม่ ยอมอโหสิกรรม ถือว่า ทั้ง 2 คน มีกรรมต่อกัน จึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ส่วนตนต้องใช้ชีวิตต่อไป และให้คนกระทำผิดไปชดใช้กรรมรับผิดตามกฎหมาย  โดยก่อนนี้ยอมรับ ลูกชายที่เสียชีวิต มีหมอดูทักมาตลอดว่า อายุจะสั้น เพราะเป็นคนลายมือตัด ตามโบราณเชื่อว่าจะอายุสั้น แต่ไม่ได้ทำการแก้เคล็ด หรือทำพิธีอะไร ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นจริง สำหรับศพลูกชายที่เสียชีวิต หลังตำรวจนำกลับมาจากชันสูตร ได้นำไปฝังตามประเพณีความเชื่อ ไม่ได้ฌาปนกิจศพเผาแบบคนที่เสียชีวิตทั่วไป เพราะตามประเพณีชาวบ้านหากคนที่ตายผิดธรรมชาติ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าตายโหง ไม่ได้เจ็บป่วยตาย จะต้องฝังตามความเชื่อ