ชาวบ้านนับพันบุกพบนอภ.น้ำพอง ทวงถามความโปร่งใสค้างเงินคนตาย 420 ศพ

ภูมิภาค22 พ.ค. 2566 • 20:23 น.
ชาวบ้านนับพันบุกพบนอภ.น้ำพอง ทวงถามความโปร่งใสค้างเงินคนตาย 420 ศพ

ชาวบ้านนับพันบุกพบนอภ.น้ำพอง ทวงถามความโปร่งใสค้างเงินคนตาย 420 ศพ ขณะที่นายทะเบียนสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบภายใน 15 วันต้องรู้ผล

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 22 พ.ค.2566 ที่ห้องประชุมอำเภอน้ำพอง จ.ขอนแก่น ได้มี ประชาชนที่เป็นสมาชิกสมาคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ อาสาสมัครสาธารณสุข อ.น้ำพอง จากหลายหมู่บ้านรวมกว่า 1,000 คนเดินทางเข้าพบนายชินกร แก่นคง นายอำเภอน้ำพอง เพื่อทวงถามความโปร่งใสของคณะบริหารสมาคมฯ เนื่องจากชาวบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ อาสาสมัครสาธารณสุข อำเภอน้ำพอง  ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 9,616 ราย ไม่เชื่อมั่นในการบริหารงานของทางสมาคมฯ เนื่องจากว่า ญาติพี่น้องที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯเสียชีวิตแล้ว ไม่ได้เงินจากทางสมาคมฯ และทางสมาคมได้ผลัดวันออกไปโดยไม่มีกำหนด บางรายนัด 1 ปี บางรายนัด 2 ปี โดยให้เหตุผลว่า เก็บเงินจากสมาชิกไม่ได้ จึงไม่มีเงินจ่ายให้ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ยืนยันว่า จ่ายเงินให้สมาคมทุกเดือน เพราะต้องรักษาสภาพการเป็นสมาชิกเอาไว้  แต่ทางสมาคมฯไม่มีเงินจ่ายให้ จึงเกิดความสงสัยในเรื่องของสภาพคล่องทางการเงิน ว่าเงินที่เก็บไป ยังมีอยู่หรือไม่ หรือใช้มอบให้กับญาติผู้เสียชีวิตจนหมด ก็อยากดูหลักฐานการโอนเงิน หรือหลักฐานการมอบเงิน

นายชินกร แก่นคง นายอำเภอน้ำพอง กล่าวว่า วันนี้ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อ ซึ่งประกอบด้วย ผกก.สภ.น้ำพอง ,นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลวังชัย, เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอน้ำพอง ,กำนันตำบลวังชัยและนายเข็มชาติ ชุมแวงวาปี ประธานสมาคมฯ พร้อมคณะกรรมการสมาคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ ทั้งนี้อำเภอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของสมาคมฯ  แต่เมื่อชาวบ้านเดือดร้อนและต้องการคนกลางเข้ามาพูดคุยไกล่เกลี่ยทำความเข้าใจกัน เพื่อหาทางออกของปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน  จึงได้เรียกประชุมร่วมกันทุกฝ่าย  

"จากการประชุมทางประธานสมาคมฯยังไม่สามารถชี้แจงให้เป็นที่ชัดเจนและให้ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกเข้าใจได้ว่าสมาคมยังมีเงินอยู่เท่าใด และสามารถจะจ่ายเงินให้สมาชิกที่เสียชีวิตไปได้ทั้งหมดเมื่อใด เพียงแต่ยืนยันว่ามีการทยอยจ่ายเงินให้ไปตามสภาพที่เก็บเงินมาได้  จึงได้สั่งการให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา 1 ชุด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว ให้ได้ข้อสรุปภายใน 15 วัน  โดยให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐ คือตำรวจ สภ.น้ำพอง และเทศบาลตำบลวังชัย เข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรวมทั้งตัวแทนชาวบ้านที่เป็นผู้เสียหาย และทางสมาคม  ผู้ชำนาญการการบัญชี  และ พมจ.ขอนแก่นร่วมกันเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ได้ข้อสรุปทั้งหมด"

ด้านนายกิตติ คำแก่นคูณ นายกเทศมนตรีตำบลวังชัย  กล่าวว่า ภายหลังจากได้พูดคุยร่วมกันหลายฝ่ายโดยมีทางนายอำเภอเป็นคนกลางในการเปิดเวทีรับฟังในครั้งนี้ มีมติว่าให้มีการตรวจสอบกรณีดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ตนเองในฐานะนายทะเบียน มีหน้าที่กำกับดูแลสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ อสม. อำเภอน้ำพอง ซึ่งเกิดปัญหาอยู่ในขณะนี้โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเป็นสองส่วน โดยเป็นส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องและในส่วนของสมาชิกผู้เสียหายทั้งหมด โดยจะทำการตรวจสอบข้อมูลการจ่ายเงินสมาชิกในแต่ละเดือนเอกสารหลักฐานยืนยันการจ่ายเงินยืนยันการรับเงินรวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าเชื่อมโยงไปในส่วนใดบ้าง พร้อมกันนี้ก็จะต้องตรวจสอบยอดเงินในปัจจุบันว่ามีเหลืออยู่เท่าไหร่หรือมีเงินเหลืออยู่หรือไม่เพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

นายฉัตรชัย โลหะมาตย์ กำนันตำบลวังชัย  กล่าวว่า การประชุมหารือในครั้งนี้ มีนายอำเภอน้ำพองเป็นคนกลางรับฟังปัญหา เนื่องจากว่าชาวบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมฯดีรับความเดือดร้อน กรณีที่ญาติพี่น้องซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมฯเสียชีวิตแล้วไม่ได้เงินมาจัดงานศพ รวมทั้งไม่ได้รับเงินฌาปนกิจศพ จำนวน 420 ศพ มีการนัดจ่ายเงินเลื่อนไปเรื่อยๆ  แต่ชาวบ้านเดือดร้อนเพราะไม่มีเงินจัดงานศพ ต้องกู้หนี้ยืมสินมาจัดงานศพ และรอรับเงินฌาปนกิจไปใช้หนี้ แต่พอถึงวันนัดรับเงินก็ถูกเลื่อนออกไปอีก ชาวบ้านก็ทุกข์หนักกว่าเดิม  จึงนำปัญหาของชาวบ้าน เข้าหารือกับนายอำเภอเพื่อหาทางออกให้ชาวบ้าน เพราะสมาคมฯตอบเพียงว่า สมาคมฯไม่มีเงินจ่าย สมาชิกตายมากขึ้น เก็บเงินก็ไม่ได้ ชาวบ้านก็ไม่เชื่อ เพราะสมาชิกแต่ละคนมีเอกสารยืนยันการจ่ายเงิน  จึงเรียกร้องให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจาก อสม.และคนที่ทำหน้าที่เก็บเงินจากชาวบ้านที่มีจำนวน 115 คน มาสอบสวนเพื่อหาเส้นทางการเงินว่าเมื่อเงินมาถึงสมาคมฯแล้ว ใครนำเขข้าบัญชาธนาคาร และมีการจ่ายค่าทำศพคนตายและจ่ายเงินฌาปนกิจศพไปกี่ศพ เป็นเงินกี่บาท ชาวบ้านอยากรู้รายละเอียดในจุดนี้

"สิ่งที่ชาวบ้านคลางแคลงในอีกสาเหตุคือการที่เก็บเงินส่งสมาคมฯนั้นมีช่องว่างในการนำส่งภายใน 90 วัน  ซึ่งมีข้อมูลว่ามีการนำเงินของชาวบ้านไปหมุนใช้จ่ายส่วนตัว เมื่อถึงเวลานำเงินส่งเข้าสมาคมฯก็หมุนเงินไม่ทัน ทำให้สมาคมฯขาดสภาพคล่อง ซึ่งในเรื่องนี้ก็ต้องมีการตรวจสอบเช่นกัน"

นายเข็มชาติ ชุมแวงวาปี ประธานสมาคมฯ กล่าวว่า กรณีที่จ่ายแล้วไม่ได้เงินนั้น ยืนยันว่าไม่โกง แต่เรื่องดังกล่าวนั้น เมื่อก่อนสมาชิกก็ทราบว่าสถานภาพทางการเงินดี ที่ผ่านมาสถานภาพทรุดเพราะไม่มีเงินส่ง สมาชิกขาดส่ง ทำให้ไม่เป็นไปตามระบบ อีกสาเหตุก็มาจากสาเหตุที่ อสม.ที่ทำหน้าที่เก็บเงิน ติดโควิด-19 กักตัว 15-20 วัน หยุดเก็บ ทำให้เก็บเงินยาก จึงตัดสินใจประกาศเสียงตามสายให้ชาวบ้านมาจ่ายเอง

“ที่ชาวบ้านสงสัยว่า 300 กว่าศพ สมาคมฯเอาเงินไปไหน ยืนยันว่ายังไม่ได้เอาเงินมาเข้าระบบ อยู่ระหว่างทยอยมาจ่าย ตามสถานการณ์ แต่ขณะนี้เกิดการระงับเก็บเงิน เนื่องจากเกิดกระแสดังกล่าว และได้มีการประกาศเสียงตามสายบอกกับชาวบ้านว่าใครไม่มีเงินจ่าย ก็ออกจากการเป็นสมาชิกไปก็ได้ ทำให้มีชาวบ้านลาออก และเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นทุกพื้นที่ ทำให้ต้องล่มและยุบไป เพราะฉะนั้นหลักฐานที่นำมาให้ตรวจสอบนั้น ยังไม่ได้ไปเก็บเงินสักรายเดียว แม้แต่เงินที่เก็บล่าสุดก็ยังไม่มีเข้ามา ตอนนี้จึงขอมติที่ประชุมขอเก็บเงินเพิ่ม แต่มติชาวบ้านว่าไม่ไหว ไม่มีเงินจึงไม่สามารถเก็บเพิ่มได้ จึงชะงักมาจนปัจจุบันนี้”

ขณะที่ พ.ต.อ.พรศักดิ์ งามดี ผกก.สภ.น้ำพอง กล่าวว่า ขณะนี้ รายละเอียดยังไม่เข้าข่ายคดีทางอาญา จึงแนะแนวทางออกโดยแบ่งสองฝ่าย ตรวจสอบตัวเลข ซึ่งทางตำรวจจะมีขั้นตอนในการดำเนินการภายในกรอบหน้าที่ ซึ่งจะตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งดูได้จากตัวแทน 115 คน ที่เก็บเงิน ต้องชี้แจงต่อคณะกรรมการได้ทั้งหมดแต่ละปี เก็บจากครบ้างและเก็บเท่าไหร่ เพื่อนำมาสรุป เอกสารการรับเงินต่างๆ รับจำนวนเท่าใด ตัวแทนมาเก็บเอง ถ้ามาแล้วไม่ได้เงินเงินอยู่ที่ใคร อยู่ที่ตัวแทน หรือสมาคม และคงเหลือเท่าไหร่แต่ละปี รายละเอียดเสียชีวิตกี่ราย เป็นเงินกี่บาทคงเหลือเท่าไหร่ หรือหายไปจากระบบเทาใด

“ซึ่งทั้งหมดในภาพรวมทางตำรวจก็จะดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะระยะเวลา 10 - 20 ปี เส้นทางการเงินยังสามารถตรงจสอบย้อนหลังได้ทั้งหมด ซึ่งในส่วนนี้เป็นขั้นตอนที่ทางตำรวจจะเป็นดำเนินการตามหน้าที่ และจะต้องให้ตัวแทนที่เก็บเงิน 115 คนนั้น นำเอกสารหลักฐานมายืนยันชี้แจ้งกับทางคณะกรรมการทั้งหมด เมื่อพบว่าเงินหายไปเข้าบัญชีใครก็จะสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้"

นางพรทิพย์ อวงอาจ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 ม.7 ต.วังชัย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น  กล่าวว่า  เป็นสมาชิกสมาคม ฌาปนกิจสงเคราะห์ อาสาสมัครสาธารณสุข อำเภอน้ำพองมาตั้งแต่ปี 2535 โดยที่บ้านเป็นสมาชิกรวม 3 คนคือตน สามีและบิดา จ่ายเงินเข้าสมาคมฯตามที่ถูกเรียกเก็บมาจนถึงปัจจุบันเดือนละ 300 บาท 3 คนก็ 900 บาท และในทุกปีต้องจ่ายค่าบำรุงคนละ  50 บาท  ซึ่งจ่ายมาตลอด ไม่เคยติดขัด เพราะต้องการรักษาสถานภาพการเป็นสมาชิกเอาไว้ แต่ในช่วงหลังๆข่าวคราวของสมาคมฯไม่ค่อยดี เพราะสมาชิกตายแล้วไม่ได้เงินช่วยค่าจัดงานศพ ไม่ได้เงินฌาปนกิจ 420 ราย จึงได้เข้าไปติดตามรายละเอียดในที่ทำการสมาคมฯ จนทราบจากคนในสมาคมฯว่า มีคนนำเงินที่เก็บจากชาวบ้านไปหมุนใช้ส่วนตัว ถึงกำหนดส่งเงินเข้าสมาคมฯก็ไม่มีเงินมาคืน ทำให้สมาคมฯไม่มีเงินจ่ายให้ญาติคนตาย  เมื่อรู้ว่านายอำเภอเรียกสมาคมฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุม เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ก็เดินทางมาฟัง เพราะเกรงว่า จะไม่ได้เงินเหมือนกับชาวบ้านรายอื่นๆ