พ่อเมืองนครฯ อึ้ง บินตรวจซ้ำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาขาว-ป่าคลองกรุงหยัน พบอาจถูกบุรุกทะลุพันไร่

ภูมิภาค23 ม.ค. 2566 • 21:22 น.
พ่อเมืองนครฯ อึ้ง  บินตรวจซ้ำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาขาว-ป่าคลองกรุงหยัน พบอาจถูกบุรุกทะลุพันไร่

อึ้ง ผวจ.นครศรีธรรมราช บินตรวจซ้ำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาขาว-ป่าคลองกรุงหยันวินาสสันตะโรหลายสิบแปลง อาจทะลุพันไร่ ผู้กว้างขวางขนแบ๊คโฮออกจากพื้นที่แล้ว ผบก.ระดมพนักงานสอบสวนเข้าทำคดี

ที่นครศรีธรรมราช ช่วงบ่ายที่ผ่านมา(23ม.ค.66) นายอภินันท์ เผือกผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พลตำรวจตรี สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ขึ้นบินกับเฮลิคอปเตอร์จากหน่วยบินกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อติดตามกรณีมีผู้กระทำผิดลักลอบบุกรุกตัดโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่ ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาขาว-ป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองกรุงหยัน รอยต่อระหว่างอำเภอทุ่งสง และอำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช 

การบินสำรวจทั่วพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติทั้งสองแหล่งซึ่งมีพื้นที่เชื่อมต่อกันพบว่ามีการบุกรุกแผ้วถางเป็นวงกว้างมากกว่า 20 แปลง แต่ละแปลงมีพื้นที่กว้างขวางหลายสิบไร่ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจยึดรังวัดและสำรวจความเสียหายด้วยพิกัดทางดาวเทียมอย่างละเอียด บางแปลงมีการปลุกทุเรียนเต็มพื้นที่แล้ว อีกหลายแปลงอยู่ในระหว่างการโค่นล้มไม้ขนาดใหญ่ และมีการบุกรุกไปจนถึงสันภูเขาในพื้นที่อย่างมโหฬาร นอกจากนั้นยังพบร่องรอยของเครื่องกลหนักที่ถูกเร่งขนย้ายออกจากพื้นที่หลังจากเกิดเป็นกระแสข่าวที่ถูกให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ตามในการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้รับข้อมูลว่าการบุรุกพื้นที่มีผู้นำท้องที่บางคนที่มีพฤติกรรมทำตัวกว้างขวางพร้อมด้วยพวก ซึ่งมีทั้งนักการเมืองท้องถิ่นบางราย นำเครื่องกลและแรงงานเข้าบุกรุกเป็นกลุ่มแรกๆ จากนั้นได้มีการขายพื้นที่เปลี่ยนมือไปเป็นทอดๆแบบที่ดินมือเปล่า โดยยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าปัจจุบันเป็นของกลุ่มใด แต่มีข้อมูลเป็นที่น่าสังเกตว่าบางแปลงนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยเข้าตรวจยึดและตัดโค่นผลอาสินในพื้นที่มาแล้ว แต่หลังจากนั้นกลับมีการบุกรุกใหม่อย่างกว้างขวางมากขึ้น

ขณะที่นายอภินันท์ เผือกผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุว่าได้มีการระดมระดับผู้บังคับบัญชาเข้าหารืออย่างเร่งด่วนเพื่อกำหนดมาตรการดำเนินการโดยขณะนี้ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้จัดตั้งทีมพนักงานสอบสวนจาก สภ.ใกล้เคียงเข้าทำการสอบสวนข้อมูลในพื้นที่โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเป็นผู้เสียหายที่ต้องแจ้งความดำเนินคดีและต้องนำตัวมาดำเนินคดีให้ได้ นอกจากนั้นยังได้กำหนดมาตรการที่ 2 คือการบูรณาการทุกหน่วยงานป้องกันเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีก.