กรรมการวัดป่าชัยมงคล ออกมาชี้แจงข้อพิพาทกับ พรรั้งบ้านไร่
กรณีพิพาท พรรั้งบ้านไร่กับวัดป่าชัยมงคล ล่าสุดกรรมการวัดได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อปกป้องมิให้วัดเกิดความเสียหาย สืบเนื่องจากวัดต้องการความสงบ จึงปักหลักเสาปูน ป้องกันรถยนต์ผ่านเข้าออก และได้ถูกทำลายโดยกลุ่มชายฉกรรจ์ และมีการยิงปืนข่มขู่อีก 3 นัด กลางดึก เช้าวันต่อมาได้ไปแจ้งลงบันทึกประจำวัน พร้อมมติคณะกรรมการวัดให้นำแท่งแบริเออร์มาวางปิดถาวร ให้เดินเท้าเข้าออกเท่านั้นและไม่ติดใจเอาความกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อหน้า พงส.สภ.เมืองระนอง และเจ้าของพรรั้งบ้านไร่ และในวันเดียวกันขณะปิดทาง เกิดการไลฟ์สด จากพรรั้งบ้านไร่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และกระแสความเกลียดชัง สร้างความเสื่อมเสียให้กับทางวัดป่าชัยมงคล
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.65 ต้นเดือนที่ผ่านมา จากกรณี น.ส.เขมิตรา หรือแก้ม บุตรศรีภูมิ อายุ 38 ปี เจ้าของบ้านไร่พรรั้ง ร่ำไห้ไลฟ์โวยวัดใจดำปิดทางเข้าออกที่ดินตาบอด ทั้งที่เคยตกลงว่าจะให้ใช้ทาง โดยไม่บอกเหตุผล ส่งผลกระทบต่อกิจการ ด้านชาวโซเชียลวิจารณ์เสียงแตก โดยไลฟ์สด ที่ระบายความอัดอั้นกรณีที่วัดป่าชัยมงคล จ.ระนอง นำที่ดิน และแท่งแบริเออร์ มาปิดทางเข้าออกบ้านไร่พรรั้งของเธอ เปิดช่องเดินเท้าไว้ 2 ช่อง จนส่งผลต่อธุรกิจ และรายได้ของครอบครัว ระหว่างที่ไลฟ์เธอก็ร้องไห้เกือบตลอดเวลา โดยมีลูกที่ยังเล็กที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย คอยพูดจาปลอบใจ ซึ่งเธอก็สงสัยว่าทำไมตอนแรกทางวัดอนุญาตแต่กลับเปลี่ยนใจทั้งที่เธอลงทุนกับกิจการไปแล้ว หากไม่อนุญาตก็น่าจะบอกตั้งแต่แรกโดยที่เธอไม่ต้องลงทุน ซึ่งในคลิปไลฟ์นี้มียอดจำนวนคนเข้าไปชมเป็นจำนวนมาก พร้อมแสดงความเห็นแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่แสดงความเห็นใจเจ้าของบ้านไร่พรรั้ง มองว่าวัดควรมีเมตตาต่อชาวบ้าน แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่มองว่า ในเมื่อวัดเป็นเจ้าของที่ดินก็ย่อมมีสิทธิ์จะจัดการที่ดินของตัวเอง
จนต่อมาเมื่อวันที่ 11 ก.พ.65 คุณแก้ม เจ้าของบ้านไร่พรรั้ง เปิดไลฟ์สดอีกครั้ง และถอดใจถึงสาเหตุที่ไม่สามารถไปต่อได้ โดยทางด้านญาติของตนเองที่เป็นเจ้าของสิทธิ์ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 นั้น ก็ไม่ได้เซ็นใบมอบอำนาจให้ เพื่อจะขอกรมที่ดินให้ขออนุญาตเพื่อขอเปิดทาง ผ่านมายังพรรั้งบ้านไร่ของเธอ ตนเองจึงหมดหนทางไม่รู้จะทำอย่างไร และทางวัดนั้นก็ไม่พูดคุยอะไรกับตนแล้ว ตนเองจึงตัดสินใจจะปิดกิจการในวันที่ 28 ก.พ. 65 เพราะไม่สามารถหาทางออกได้
โดยอยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับใครหลายๆคน ที่ทำอะไรแล้ว ต้องมีเอกสารสัญญา ไม่ใช่ว่าใช้ใจซื่อสัตย์กัน ความยุติธรรมไม่มีอยู่จริง ไปเรียกร้องหน่วยงานไหนไม่ได้เลย ไม่มีใครสนใจ เพราะไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆที่จะไปยื่นต่อสู้ได้ พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจ ที่มีให้แก้มและครอบครัว พยายามสู้แล้วแต่ไม่มีหนทางเลย สุดท้ายไปต่อไม่ได้ ไม่มีใครมาช่วยเจรจา ไม่เคยมาช่วยเหลือเลย ดังนั้นวันที่ 28 กุมภาพันธ์จะเปิดเป็นวันสุดท้าย หลังจากนั้นคนไหนที่สนใจข้าวของที่ร้าน จะช่วยซื้อก็บอกมาได้ ถึงแม้จะเป็นเงินจำนวนไม่มากก็ตาม เรื่องนี้อยากให้เป็นอุทาหรณ์ของคน ความยุติธรรมไม่มีจริง ไม่มีกฎหมายด้านไหนที่จะช่วยได้ในการค้าขายสุจริต ตอนนี้บัญชีเงินในบัญชีไม่มี ส่วนลูกค้าที่ต้องการให้โอนคืน จะคืนให้ในภายหลัง โดยจะเปิดให้ลูกค้าเข้ามาพักจนถึงสิ้นเดือนนี้
วันที่ 16 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าไปในพื้นที่ วัดป่าชัยมงคล หรือวัดป่าพรรั้ง ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ซึ่งอยู่ห่างจากถนนเพชรเกษม บริเวณหลัก กม.605 เข้าไปเส้นทางเดียวกับบ่อน้ำร้อนพรรั้ง อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ประมาณ 1 ก.ม.และมีเส้นทางเลี้ยวเข้าวัดป่าชัยมงคล ตรงบริเวณปลายสะพานข้ามคลองพรรั้ง จะมีแท่นแบบริเออร์ตั้งปิดทางเข้าออก บ้านไร่พรรั้ง ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปตามแนวชายคลองอีก 380 เมตร และบริเวณพื้นที่ปากทางเข้าวัดป่าชัยมงคล ก็มีแท่นแบริเออร์ปิดที่จอดรถตามแนวร่มไม้เช่นกัน เมื่อตรวจสอบบริเวณคลองพรรั้ง เข้าไปจนถึงพื้นที่ชั้นใน พบสภาพริมคลองยังเป็นธรรมชาติ มีน้ำใสสะอาดที่ไหลจากพื้นที่ต้นน้ำคลองบางริ้น ซึ่งจะมีฝายกั้นคลองน้ำล้น มีการต่อท่อเป็นประปาหมู่บ้าน ให้ชาวบ้านพรรั้งด้านล่าง ได้ใช้น้ำบริสุทธิ์จากป่าร่วมกัน ส่วนพื้นที่กรณีพิพาท ได้มีการนำแท่นแบริเออร์มาวางปิด ไม่ให้รถยนต์ผ่าน เหลือเพียงช่องเล็กๆ ใกล้ปลายสะพานที่ทางวัดเปิดช่องให้เดินเท้าผ่านได้ โดยพื้นที่ริมคลอง มีการปรับพื้นที่เป็นถนนกว้าง 2 เมตร รถยนต์สามารถแล่นเข้าออกได้ ซึ่งก่อนหน้าเป็นเพียงทางเดินเท้า หรือรถจักรยานยนต์ผ่านได้เท่านั้นเอง
เมื่อเดินทางเข้าไปในวัด เป็นลานโล่งมีร่มไม้ใหญ่ปกคลุม ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับที่จอดรถ และโรงครัว โดยมีลูกศิษย์วัดคอยทำความสะอาดลาน กวาดใบไม้กิ่งไม้ที่ลวงหล่นอยู่ตามพื้นให้ดูสะอาด เมื่อเข้าไปในบริเวณวัดได้พบกลุ่มกรรมการและเหล่าญาติธรรมของวัด ได้ร่วมกันนั่งหารือ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความกระจ่าง ตามข้อเท็จจริง เป็นการปกป้องวัดและทำนุบำรุงพระศาสนา ซึ่งการชี้แจงในครั้งนี้ทางกรรมการวัดมีข้อมูลที่ชัดเจน ก่อนหน้าได้ถูกกระทำมาและขอชี้แจงผ่านสื่อ กรณีพรรั้งบ้านไร่พิพาทกับวัดป่าชัยมงคล โดยคณะกรรมการวัดและฝ่ายญาติธรรมวัดป่าชัยมงคล ได้เห็นว่าเมื่อระยะเวลาล่วงเลยมาระดับหนึ่ง ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ค่อยๆถูกเปิดออกมา จึงขอชี้แจงผ่านสื่อ เพื่อปกป้องและขอความยุติธรรมคืนให้กับทางวัด ตามที่มีข่าวออกไปก่อนหน้านี้
ด้านนาง ธัญชนก ลัทธิรมย์ ตัวแทนคณะกรรมการวัดป่าชัยมงคล กล่าวชี้แจงว่า เมื่อต้นปี 2564 เจ้าของพรรั้งบ้านไร่มาขอใช้ที่ดินวัดทำทางเข้าออก วัดอนุญาตให้ใช้ชั่วคราว ต่อมามีการขยายเส้นทาง โดยนำรถไถและรถแมคโคเข้ามาทำทางให้รถยนต์เข้าออก ระยะทางกว้าง 2 เมตร ยาว 380 เมตร เป็นพื้นที่ประมาณเกือบครึ่งไร่ โดยเสนอขอเช่าทางเข้าออก และเช่าที่จอดรถ แต่วัดไม่สามารถให้เช่าได้ เนื่องจากจะเป็นการรบกวนวัด และมีกฎหมายห้ามมิให้เจ้าอาวาสอนุญาตให้เช่าที่วัดเพื่อเป็นทางเข้าออกโดยพลการ ต้องได้ความเห็นชอบจากสำนักงานพระพุทธศาสนาฯและได้รับอนุมัติจากมหาเถรสมาคม ปรากฎตามกฎกระทรวง การดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติของวัด
จนเมื่อปลายปี 2564 mk'พรรั้งบ้านไร่ฯ wfhเปิดกิจการ เกิดความวุ่นวายขึ้นมีการจอดรถกีดขวางทางเข้าออกวัด ส่งเสียงดังรบกวนการปฏิบัติธรรม วัดจึงเรียกเจ้าของที่ดินที่แท้จริง ที่พรรั้งบ้านไร่ตั้งอยู่มาพูดคุยกัน โดยตกลงกันว่าวัดจะทำการปิดทางกันรถยนต์เข้าออก ต่อมาวันที่ 31 มกราคม 2565 วัดจึงได้ปักเสาปูนกันรถยนต์เข้าออก ปรากฏว่าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565เวลา 5ทุ่มเศษ ได้มีชาย 3 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในวัดจำนวน 2 คัน จอดรถบริเวณวัด แล้วลงไปทำลายเสาปูนโดยการทุบให้หัก และมีการยิงปืนข่มขู่ จำนวน 3 นัด ก่อนขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระนองได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว มีพยานที่อยู่ใกล้เคียงวัด เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวและให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการวัดจึงได้มีมติให้ปิดทางเข้าออกดังกล่าว
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 ทางวัดได้ไปลงบันทึกประจำวันแจ้งเป็นหลักฐานต่อ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระนอง และแจ้งขอใช้สิทธิปิดทางเข้าออก ปรากฎตามรายงานประจำวันและภาพถ่าย และได้เจอกับเจ้าของพรรั้งบ้านไร่ฯ ที่ สภ.เมืองระนอง จึงได้แจ้งให้ทราบว่าวัดจะขอใช้สิทธิปิดทางเข้าออกดังกล่าว หลังจากนั้นวัดก็ดำเนินการปิดทางเข้าออก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระนอง มาคอยระวังเหตุ แล้วเจ้าของพรรั้งบ้านไร่ได้ทำการไลฟ์สด ด่าทอพระสงฆ์ และเกิดความเสื่อมเสียกับทางวัด ทำให้เกิดการเข้าใจผิดต่อสาธารณชนและประชาชนทั่วไป จนเกิดประเด็นดราม่า ในโลกโซเชียลขึ้นมา ทางเราจึงขอออกมาชี้แจง และขอความเป็นธรรมให้กับทางวัดป่าชัยมงคลในวันนี้ ซึ่งระยะเวลาได้ผ่านมาพอสมควร จนเรื่องราวต่างๆได้ปรากฏความจริงขึ้น
พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุมีหลายหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบเหตุ ทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ คณะสงฆ์ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ สปก.ระนอง เข้ามาตรวจสอบที่ดิน สปก.ระนอง ตรวจสอบที่ดินดังกล่าวแล้วพบว่า มีการใช้สิทธิ์ที่ดินผิดประเภท มีห้องพัก มีร้านอาหารจำหน่ายสุรา ฝ่าฝืน ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินฯ จึงมีคำสั่งให้ เจ้าของสิทธิในที่ดินดังกล่าวดำเนินการให้ที่ดินกลับคืนสู่สภาพเดิมภายใน45 วัน หากไม่ดำเนินการจะพิจารณาดำเนินการให้สิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ของเจ้าของที่ดินตัวจริง ซึ่งปรากฏตามหนังสือจาก สำนักงาน ส.ป.ก.ระนอง ลงวันที่ 7 ก.พ.65 ที่ผ่านมา พรรั้งบ้านไร่ฯ จึงประกาศปิดกิจการลง หลังจากนี้ทางวัด คณะกรรมการวัดและซาวบ้านจะช่วมกันพื้นฟูระบบนิเวศ บริเวณทางเข้าออกดังกล่าว โดยการปลูกป่าเพื่อกลับคืนสู่ธรรมชาติริมคลองพรรั้งอีกครั้ง