"เกษตรกรปลูกกัญชงพบพระ" รวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชนเข้าอบรมเตรียมยื่นขอปลูกกัญชากับทางมหาลัยรัฐ ตาม พ.ร.บ.นิรโทษกรรมกัญชา 2562
"เกษตรกรปลูกกัญชงพบพระ" รวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชนเข้าอบรมเตรียมยื่นขอปลูกกัญชากับทางมหาลัยรัฐ ตาม พ.ร.บ.นิรโทษกรรมกัญชา 2562
"เกษตรกรปลูกกัญชงพบพระ" รวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชนเข้าอบรมเตรียมยื่นขอปลูกกัญชากับทางมหาลัยรัฐ ตาม พ.ร.บ.นิรโทษกรรมกัญชา 2562 ขณะที่ "อานนท์ แสนน่าน" ย้ำถ้ารัฐเปิดโอกาสจะทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น
วันนี้ (10 สิงหาคม 2562) ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลพบพระ อ.พบพระ จ.ตาก พล.อ.ต.มนูธรรม เนาว์นาน รอง ผอ.ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน. (ส่วนกลาง) เป็นประธานเปิดการสัมมนา “กัญชาทองคำเขียว เกษตรกรต้องได้ปลูกกัญชา” กับกลุ่มเกษตรกร "ปลูกกัญชง" โดยมี ดร.องอาจ วิเศษ ประธานเครือข่ายวิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย ผศ.ดร.อานนท์ แสนน่าน ประธานสมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย พท.กฤตนันท์ พันธุ์อุดม กรรมการสภาแพทย์แผนไทย “ครูกัญชา” นายดิชฐ์พิเชษ สุวรรณโพธิ์ ประธานโครงการฟาร์มสุขใจ วิสาหกิจเพื่อสังคม และ คุณนงนุช บัวใหญ่ CEO บริษัท ฟาร์มสุขใจ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (มหาชน) นายเศรษฐภัทร์ นิตยสิทธิวรากุล ประธานเครือข่ายเมืองสมุนไพรนาคราช นางธนภัทร พันธวาส ประธานเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไทย นายไตรยุทธ รัตนพงษ์ ประธานสมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชาจังหวัดตาก พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารเครือข่ายฟาร์มสุขใจ ผู้บริหารและสมาชิก บริษัทฟาร์มสุขใจวิสาหกิจเพื่อสังคม เครือข่ายวิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย และ สมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย
ผศ.ดร.อานนท์ แสนน่าน ประธานสมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย กล่าวว่า เรื่องกัญชากำลังอยู่ในความสนใจของทุกภาคส่วน และเกี่ยวข้องในเรื่องของสุขภาพ เรื่องที่เกี่ยวกับแพทย์ ที่สำคัญเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจด้วย เพราะกัญชานอกจากจะมีคุณสมบัติทางการแพทย์ ที่ช่วยรักษาได้หลายโรคแล้ว พวกเราที่มีวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรระดับรากหญ้า ที่เป็นคนยากจน เห็นว่า กัญชาที่บอกกันว่าเป็น "ทองคำเขียว" ที่มีราคาค่อนข้างดี ถ้าพวกเราทำได้ เราจึงประสานไปหลายหน่วยงาน ที่สามารถจะปลูกกัญชาได้ หลักก็คือ มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาที่เป็นของรัฐ ที่เปิดสอนคณะแพทย์ คณะเภสัช และโรงพยาบาลของรัฐ
ซึ่งวิสาหกิจชุมชนเป็นส่วนที่จะไปเชื่อมโยงทำ MOU กับสถาบันเหล่านี้ เพราะลำพังแล้ววิสาหกิจชุมชนจะไม่สามารถปลูกกัญชาได้ จะต้องผ่านทางมหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลของรัฐ เท่านั้น เราจึงจัดการสัมมนาขึ้น เพื่อให้วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกร ระดับรากหญ้าที่ยากจน ได้ทราบถึงข้อกฎหมาย ข้อปฏิบัติ ขั้นตอนต่าง ๆ ในการที่จะปลูกกัญชาได้ เพื่อที่จะไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินการ เพื่อให้ทุกอย่างต้องถูกกฎหมาย พ.ร.บ.กัญชา วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562
ซึ่งกฎหมายลูกที่ยังไม่ออกมา แต่เราจัดขึ้นเพื่อเป็นการเตรียมการไว้ ซึ่งก็ยังไม่สามารถปลูกกัญชาได้ แต่ว่าเราเป็นการเตรียมความพร้อมไว้” ถึงตอนนี้มีคนสนใจเยอะมาก แต่จะไปให้ถึงตรงนั้นได้ที่สามารถปลูกกัญชาได้นั้น อยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข อย. ที่จะอนุมัติให้พวกเรา เพราะถ้าไม่อนุมัติก็ไม่สามารถปลูกได้ คือ พวกเราต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ผศ.ดร.อานนท์ กล่าวอีกว่า มีข้อมูลว่า พื้นที่ 1 ตารางเมตร สามารถปลูกกัญชาได้ประมาณ 6 - 14 ต้น ดังนั้น ถ้าปลูกกัญชา 1 ไร่ ก็จะสามารถปลูกได้ตั้งแต่ 6,400 ต้น ขึ้นไป ลองคำนวณดูว่า ถ้าพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกกัญชาได้ 6,400 ต้น เราจะได้ผลผลิตรวมแล้ว 3,200 กิโลกรัม ถ้านำไปขายในตลาดมืด กิโลกรัมละ 10,000 บาท ก็จะเท่ากับว่า เราจะสามารถสร้างรายได้ได้มากถึง 32 ล้านบาทเลยทีเดียว
นอกจากนี้แล้ว กัญชายังสามารถนำไปสกัดเป็นน้ำมันกัญชา ซึ่งตอนนี้ที่อเมริกา ถ้าเป็นน้ำมันที่สกัดจากกัญชาซึ่งปลูกในระบบปิด มีราคากิโลกรัมละ 1 แสนกว่าบาท และถ้าเป็นน้ำมันที่สกัดจากกัญชาซึ่งปลูกในระบบเปิด จะมีราคาประมาณ 5-7 หมื่นบาทต่อกิโลกรัม เป็นตัวเลขที่สวยมาก ๆ ส่วนประเทศไทยด้วยสภาพภูมิอากาศที่เอื้อต่อการเติบโตของกัญชาเป็นอย่างมาก ไม่ต้องมีเงินทุนมากก็ปลูกได้ ไม่ต้องอาศัยโรงเรือนแบบปิด เพราะสามารถปลูกกลางแจ้ง อาศัยแสงปกติ ก็ขึ้นได้ทั้งปี
โดยพบว่า ต้นกัญชาไทยเพียงต้นเดียว ซึ่งมีขนาดใหญ่และสูง สามารถออกดอกได้มากถึง 1 กิโลกรัม และสามารถนำมาเป็นกัญชาอัดแท่งขายในตลาดมืดได้ราคาสูงถึง 10,000 บาท ซึ่งถ้ากัญชาถูกกฎหมาย ก็จะสามารถนำไปขายในตลาดสหรัฐอเมริกา สร้างกำไรได้มากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว ฝากถึงรัฐบาลผู้ที่รับผิดชอบให้โอกาสประชาชน ให้โอกาสเกษตรกรได้ปลูกกัญชาเพื่อเศรษฐกิจ เกษตรกรไทย ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้มีรายได้สูง หายจากความยากจน.