หาดเจ้าไหมลุยเกาะกระดานตรวจสอบแนวเขตพิพาทอุทยานฯขัดขวางการครอบครองที่ดิน

ภูมิภาค28 มิ.ย. 2560 • 06:56 น.
หาดเจ้าไหมลุยเกาะกระดานตรวจสอบแนวเขตพิพาทอุทยานฯขัดขวางการครอบครองที่ดิน
อุทยานฯหาดเจ้าไหมตรังลุยเกาะกระดาน ตรวจสอบแนวเขตพิพาท หลังเจ้าของเกาะกระดาน แจ้งความอุทยานฯขัดขวางการครอบครองที่ดิน เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 มิถุนายน 60 ภายในบริเวณเกาะกระดาน หมู่ 2 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง นายณัฐนนท์ โพธิเมธานนท์ เจ้าของธุรกิจเกาะกระดานบีชรีสอร์ท พร้อมด้วย ดร.มาโนช วงษ์สุรีรัตน์ หัวหน้าอุทานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เจ้าหน้าที่ฝ่ายรังวัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเจ้าหน้าที่ฝ่ายรังวัดจากสำนักงานที่ดินจังหวัดตรัง สาขากันตัง ลงพื้นที่รังวัดแนวเขตการครอบครองที่ดินบนเกาะกระดาน หลังมีการตรวจพบว่ามีการอ้างว่าการบุกรุกบนเกาะ ในเขตอุทยานฯหาดเจ้าไหม โดยที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ในครอบครองของนายณัฐนนท์ ก่อนหน้านี้แต่ละฝ่ายบนเกาะกระดาน หมู่ที่ 2 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ก่อนหน้านี้ นายณัฐนนท์ โพธิเมธานนท์ ยื่นต่อศาล ตามคำสั่งศาลจังหวัดตรัง คดีหมายเลขดำที่ 202/2560 เพื่อเอาผิดต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในข้อหา รบกวนการครอบครอง และขอแสดงสิทธิ์การครอบครองบนเกาะกระดานเนื้อที่ 43 – 3 -35 ไร่ เหตุผลว่า ขณะนี้ไม่สามารถทำประโยชน์ได้เต็มพื้นที่ขาดหายไปประมาณ 6 ไร่ เพราะถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯในพื้นที่อ้างว่าเป็นที่ดินอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ทั้งนี้ นายมาโนช วงษ์สุรีย์รัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม และนายสุเทพ จันทร์สกุล นายช่างสำรวจชำนาญงานส่วนรังวัด สำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ป่าอนุรักษ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันความถูกต้องของแนวเขตพื้นที่กันออกทั้งหมดบนเกาะกระดาน อ้างแนวเขตพระราชกฤษฏีกาและแผนที่แนบท้ายกระทรวง ของกรมแผนที่ทหาร ในระบบเชิงเลข ผ่านเครื่องมือรับสัญญาณดาวเทียมตรงหมุดหลักฐานดาวเทียมที่มีอยู่ นำไปประกอบการพิจารณาของศาล และเพื่อเดินหน้าทวงคืนที่ดินบนเกาะกระดาน นายณัฐนนท์ กล่าวว่า ตนเองซื้อที่ดินเมื่อปี 2526 จำนวน 150 ไร่ รวม 3 แปลง จากนั้นนำมาแบ่งขายให้แก่เจ้าของโรงแรมอมารีไปจำนวน 2 แปลง เนื้อที่กว่า 90 ไร่ เหลืออีกจำนวน 1 แปลง เนื้อประมาณ 50 ไร่ ก็นำมาออกเป็น น.ส.3 และออกเป็น น.ส.3 ก ตามลำดับ แต่เหลือเนื้อที่ลดลงเหลือประมาณ 43 – 3 - 35 ไร่ ขาดหายไปประมาณ 6 ไร่ แบ่งให้ผู้อื่นเช่าไปประมาณ 8 ราย คงเหลือบางส่วนทำรีสอร์ทเอง และบางส่วนเมื่อเข้าไปทำประโยชน์ก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ทั้งนี้ หลังซื้อมาก็ทำประโยชน์อย่างต่อเนื่อง รวมเวลาประมาณ 34 ปี ส่วนที่ฟ้องกรมอุทยานฯเพื่อพิสูจน์สิทธิ์กันว่าที่ดินแปลงนี้เป็นของอุทยานฯหรือของเอกชนกันแน่ เพื่อให้ศาลพิจารณาตัดสิน เพราะหากไม่รู้แน่ชัดพอไปทำอะไรเกรงจะถูกจับอีก จึงฟ้องขอทวงสิทธิ์ให้ได้ที่ดินคืนเต็มพื้นที่ โดยยืนยันไม่เคยบุกรุกพื้นที่หรือทำประโยชน์รุกล้ำเข้าไปในที่ดินอุทยานฯ ขณะที่ นายมาโนช กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายรังวัดแนวเขตของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นอกจากรังวัดจัดทำแผนที่ตามคำสั่งศาลกรณีนายทุนฟ้องร้องกรมอุทยานฯแล้ว แต่เพื่อเดินหน้าตรวจสอบที่ดินของอุทยานฯบนเกาะกระดานทั้งหมด ซึ่งหลังจากนี้เตรียมเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดให้ตั้งคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบที่ดินบนเกาะกระดานทั้งหมดต่อไป เพราะเบื้องต้นพบว่ามีการนำ ส.ค.1 มาออกเป็น น.ส.3 และ น.ส.3 ก เพิ่มขึ้นจากเนื้อที่เดิม และมีการรุกล้ำเข้าไปในเขตอุทยานฯ