เปิดใจลูกสาว'ผู้เสียชีวิต'นาทีเผชิญหน้าคนร้ายที่ฆ่าพ่อฝังดินในบ้าน

ภูมิภาค18 เม.ย. 2566 • 14:57 น.
 เปิดใจลูกสาว'ผู้เสียชีวิต'นาทีเผชิญหน้าคนร้ายที่ฆ่าพ่อฝังดินในบ้าน

จากกรณีที่นายสาโรจนฤเบศธ์ อายุ 53 ปี ถูกฆาตกรรมฝังดินภายในบ้าน เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน

ล่าสุดวันที่ 18 เม.ย. เวลา 20.50 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ สภ.ไทรน้อย น.ส. กฤติกา อายุ 20 ปี อาชีพค้าขาย (ลูกสาวผู้เสียชีวิต) เข้ามาสอบปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 
 จากการสอบถาม น.ส.ณกฤติกา  กล่าวว่า ตนโทรหาพ่อไม่ติด ทางญาติโทรมาบอกตนว่าที่ทำงานพ่อบอกว่าพ่อไม่ได้ไปทำงานหลายวันแล้ว ตนเลยขับรถมาตามหาที่บ้าน ตอนแรกไม่เจอใครเลยวนไปห้องเช่าที่พ่อซื้อไว้ ถามใครก็บอกไม่เจอพ่อมา 2 วันแล้ว ตนเลยตัดสินใจวนกลับมาที่บ้านอีกรอบ พอกลับมาบ้านเจอผู้ชายคนนึงอยู่ในบ้าน (ทราบชื่อภายหลังชื่อนายตาล) ลักษณะอายุประมาณ 30 กว่าๆ ใส่เสื้อแขนยาวสีเทา กางเกงวอร์ม สะพายกระเป๋าเป้ ตนและนายตาลได้มีการพูดคุยและโต้เถียงกัน เพราะเขาบอกว่าตนไม่ใช่ลูกของพ่อ ตนเลยบอกให้นายตาลรอตำรวจก่อนค่อยไป แต่นายตาลบอกให้ตนตามไปจะไปแจ้งความที่โรงพักว่าตนใส่ร้ายนายตาล

ระหว่างนั้นตนได้ตะโกนไปให้คนช่วยว่ามีคนบุกรุกบ้าน แต่ไม่มีใครมาช่วย ตอนนั้นยังไม่ทราบว่าพ่อเสียชีวิตไปแล้ว หลังจากนั้นนายตาลได้ใส่กุญแจล็อคบ้านและเดินหนีไป ตนจึงไปตามคนงานก่อสร้างมาช่วยงัดบ้าน พองัดเข้าไปได้กลิ่นแต่หาไม่เจอ จนญาติตามมาและเพื่อนของญาติบอกว่าได้กลิ่น เลยช่วยกันขุดหลุมในบ้านเจอถึงเลือด แต่ตนยังไม่เชื่อว่าเป็นพ่อของตน ตำรวจเลยโทรให้ตนมาที่โรงพักเพื่อชันสูตรเลือด ระหว่างนั้นขุดไปเจอศพพบว่าเป็นศพของพ่อตนจริง

ทั้งนี้ น.ส.ณกฤติกา กล่าวว่า ตนอยู่กับพ่อ 2 คน และตนย้ายออกไปอยู่กับแฟนแถวบางบัวทอง มีไปมาบ้าง ตนอยากให้ตำรวจจับคนร้ายให้เร็วที่สุด พ่อของตนเคยว่าจ้างนายตาลให้มาช่วยซ่อมแซมที่ห้องเช่า และพ่อตนเคยโทรมาบอกว่าจะเลิกจ้าง เพราะนายตาลขี้เมา เคยมีปากเสียงกับพ่อ ด้วย และโวยวายจนคนในห้องเช่ากลัว ย้ายหนีไป ตนไม่คิดว่านายตาลจะมาทำกับพ่อตนขนาดนี้ เอากระเป๋าสตางค์พ่อไปด้วย คิดว่านี่คือประเด็นที่ทำให้นายตาลก่อเหตุ ซึ่งปกติแล้วนายตาลจะมาช่วยพ่อทำงานที่ห้องเช่า โดยไปๆมาๆ แต่พ่อจะมีห้องให้พัก และให้ค่าจ้างด้วย หลังจากนี้ตนจะเอาศพของพ่อไปไว้ที่วัดธรรมาสน์นักบุญเปโตร บางเชือกหนัง 7 วัน