นานาชาติชื่นชมผลดำเนินงาน“อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา”เอาใจใส่พื้นที่มรดกโลก
การพัฒนาโครงการที่มีผลต่อความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมหรือคุณภาพชีวิตประชาชน เช่น โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ แม้จะมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA (Environmental Impact Assessment) เพื่อประเมินถึงผลดี ผลเสีย ก่อนตัดสินใจเริ่มดำเนินโครงการแต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ยังมีสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ การดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามแผนการป้องกันและแก้ไขผลกระทบภายหลังจากที่เกิดโครงการ
“อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา” โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดปราจีนบุรี นับเป็นตัวอย่างหนึ่งของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่ได้ให้ความสำคัญต่อการติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินการเพื่อป้องกันแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนแม้แต่ในเวทีการประชุมนานาชาติยังต้องให้ความยกย่องและชื่นชม
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ช่วยราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ให้ความสำคัญมากต่อการดำเนินงานทุก ๆ โครงการ ให้เป็นไปตามมาตรการที่เสนอแนะในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโครงการก่อสร้าง “อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา” หรือชื่อเดิม คือ “โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” มีพื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ในเขต “อุทยานแห่งชาติทับลาน” และ “อุทยานแห่งชาติปางสีดา” ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ” ดังนั้นจึงต้องดำเนินการติดตามตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นติดตามมาให้ได้มากที่สุด
ดร.ทองเปลว กล่าวต่อว่า แผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแผนติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม“อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา” มีทั้งหมด 47 แผนงาน แบ่งเป็น แผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม 27 แผน แผนปฏิบัติการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม 20 แผนงานระยะเวลาดำเนินการ 15 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ถึง พ.ศ. 2569 มีหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งสิ้น15 หน่วยงาน มีรายละเอียด ดังนี้
แผนการปลูกป่าทดแทน เนื่องจากในกระบวนการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ทำให้เกิดการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแก่งดินสอ ป่าแก่งใหญ่ และป่าเขาสะโตน และพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานและอุทยานแห่งชาติปางสีดา จึงต้องมีการอนุรักษ์ฟื้นฟู่ป่าเพื่อทดแทนพื้นที่ป่าที่สูญเสียไป โดยได้ดำเนินการปลูกป่าในพื้นที่รอบ “อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา” อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ประกอบด้วย 1.การปลูกป่าทดแทน ทั้งป่าทั่วไป ป่าหวาย ปลูกไม้กฤษณาคืนป่ามรดกโลก ปลูกไม้มีค่าทดแทนไม้ต่างถิ่น และปลูกไม้ท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและเป็นอาหารสัตว์ป่า เนื้อที่รวม 22,230 ไร่ 2.การสร้างฝาย แบ่งเป็นสร้างฝายชะลอน้ำแบบกึ่งถาวร 91 ฝาย สร้างฝายชะลอน้ำแบบผสมผสาน 310 ฝาย 3.งานศึกษาระบบนิเวศ โดยติดตามศึกษาทั้งในช่วงก่อนและหลังการก่อสร้างเขื่อน เพื่อเปรียบเทียบระบบนิเวศ 4.การติดตามตรวจสอบการป้องกันการบุกรุกพื้นที่อ่างเก็บน้ำ การบุกรุกป่าโดยการลาดตระเวนป่า เพื่อป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายป่า จัดตั้งจุดสกัดของกรมป่าไม้ 2 แห่ง และจุดสกัดของกรมอุทยานฯ 1 แห่ง พร้อมจัดตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติใหม่ 3 แห่ง แบ่งเป็น อุทยานแห่งชาติทับลาน 2 แห่ง และอุทยานแห่งชาติปางสีดา 1 แห่ง และ 5.การอพยพสัตว์ป่าโดยกรมอุทยานฯได้เริ่มอพยพสัตว์ป่าโดยรอบพื้นที่ก่อสร้างเขื่อน ซึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ถึง พ.ศ. 2560 ดำเนินการอพยพไปแล้วทั้งสิ้น 10,151 ตัว โดยไม่พบสัตว์ป่าเสียชีวิต
แผนการพัฒนาส่งเสริมอาชีพ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำทุกแห่ง แม้จะสามารถอำนวยประโยชน์ให้ประชาชนในภาพรวมได้อย่างมหาศาล แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า จะต้องมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ต้องได้รับผลกระทบ นั้นคือ กลุ่มราษฎรที่อาศัยทำกินอยู่ในพื้นที่โครงการ ซึ่งไม่เพียงแต่จะต้องมีการชดเชยความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการต้องอพยพย้ายออกจากที่ทำกินเดิมเท่านั้น แต่ กรมชลประทาน ยังได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการ เพื่อให้มีชีวิตที่ดีกว่าหรืออย่างน้อยต้องเทียบเท่ากับที่มีอยู่เดิม
โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ถึงปัจจุบัน กรมชลประทาน ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ (สำนักงาน กปร.) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ดำเนินกิจกรรมนอกเหนือจากการจ่ายค่าชดเชยที่ดินและทรัพย์สิน เช่น การมอบปัจจัยการผลิตทั้งด้านพืช ด้านปศุสัตว์ และประมง การฝึกอบรมอาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงเรื่องการเพาะเห็ดเศรษฐกิจและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มอาชีพและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการร่วมกับหน่วยงานต่างๆพัฒนาระบบเกษตรการแบบบูรณาการ การพัฒนาอาชีพประมงน้ำจืด โดยปล่อยพันธุ์ปลาลงในอ่างเก็บน้ำ 1 ล้านตัว พร้อมทั้งร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจกับชาวบ้าน เพื่อกำหนดกติกาหมู่บ้านและข้อบังคับผู้ทำการประมงในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ เพื่อเป็นการควบคุมและจัดระเบียบการทำการประมงไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเขตพื้นที่อุทยานโดยรอบ
ผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และแผนติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบ “อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา” อย่างเข้มข้นและจริงจังดังกล่าว ส่งผลให้ในการประชุมของ “คณะกรรมการมรดกโลก” เพื่อติดตาม “สถานภาพการอนุรักษ์พื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่” ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ” โดยมีมติอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557 ชื่นชมผลการดำเนินงานของประเทศไทยไว้ดังนี้
“บันทึกด้วยความชื่นชม สำหรับการดำเนินงานที่ทำไปแล้วเพื่อการบรรเทาผลกระทบจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา และขอเน้นย้ำการร้องขอให้รัฐภาคีคงความพยายามที่จะดำเนินการและบังคับใช้มาตรการต่างๆ ทั้งระหว่างการก่อสร้างและภายหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทานและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจว่าจะไม่เกิดผลกระทบทางลบต่อคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลของแหล่ง (OUV)”
นี่จึงเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงความเอาใจใส่ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ ในการสนองพระราชดำริการพัฒนา “อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา” เพื่อให้สมกับที่ทุกคนให้การขนานนามว่า นี่แหละ คือ “อ่างเก็บน้ำของพระราชา” ของเราชาวไทยทุกคน
+++++++++++++++++++