ผอ.ส่วนศึกษาและพัฒนา สำนักสนองงานพระราชดำริ ตรวจติดตามงานโครงการหมู่บ้านพิทักษ์ป่ารักษาสิ่งแวดล้อมบ้านกิ่วเคียนฯ
ผอ.ส่วนศึกษาและพัฒนา สำนักสนองงานพระราชดำริ ตรวจติดตามงานโครงการหมู่บ้านพิทักษ์ป่ารักษาสิ่งแวดล้อมบ้านกิ่วเคียน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ราษฎรที่อพยพมาจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์
อุตรดิตถ์ : เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณโรงเรียนบ้านกิ่วเคียน หมู่ที่ 12 ตำบลจริม อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ นายอนุพันธ์ ภู่พุกก์ ผู้อำนวยการส่วนศึกษาและพัฒนา สำนักสนองงานพระราชดำริ ในฐานะประธานคณะกรรมการประกวดหมู่บ้านพิทักษ์ป่ารักษาสิ่งแวดล้อมดีเด่น ปี พ.ศ.2562 พร้อมด้วยนางสาวจิราภรณ์ วรรธนบูรณ์ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ นายวิทยา ไพศาลศักดิ์ ผู้อำนวยการส่วนประสานงานโครงการภาคเหนือ นายประยุทธ ชุมเรียง ผู้อำนวยการส่วนประสานงานโครงการภาคใต้ นางปิ่นหทัยพร พรมจันทร์ ผู้อำนวยการส่วนประสานงานโครงการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายสุทธิพันธ์ เขียวอ่อน นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ นางสาวฝนทอง แซ่เล้า นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ และ คณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามงานโครงการหมู่บ้านพิทักษ์ป่ารักษาสิ่งแวดล้อมบ้านกิ่วเคียน หมู่บ้านเป้าหมายของโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ เพื่อส่งเสริมให้ราษฎรมีรายได้จากการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
โดยมีนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 2 (พรรคเพื่อไทย) นายสมศักดิ์ ชุ่มแจ่ม นายอำเภอท่าปลา กล่าวต้อนรับ นายธีรัชสิทธิ์ วงศ์วานผู้อำนวยการส่วนประสานงานโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 นายนที บิณฑวิหค หัวหน้าโครงการฟื้นฟูสภาพป่าตามโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.อุตรดิตถ์ นายประสาน เอียดสังข์ หัวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดอุตรดิตถ์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ราษฎรในพื้นที่ ต้อนรับอย่างอบอุ่น
นายนที บิณฑวิหค หัวหน้าโครงการฟื้นฟูสภาพป่าตามโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า บ้านกิ่วเคียน เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมลำห้วยรี มีประชากร 50 ครัวเรือน 185 คน เดิมราษฎรบ้านกิ่วเคียน คือ ผู้ที่อพยพออกมาจากบริเวณพื้นที่สร้างเขื่อนสิริกิติ์ ในเวลานั้นทางราชการได้จัดสรรที่ดินให้กับราษฎรที่อพยพ แต่ื้พื้นที่ที่ทางราชการจัดสรรให้นั้นเป็นที่ดินเสื่อมโทรม เป็นหินเป็นดานไม่สามารถทำกินได้ ราษฎรจึงย้ายชุมชนมาพักอาศัยอยู่ ณ บริเวณแห่งนี้ ก่อนที่จะมีการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติลำนํ้าน่าน
ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2549 บ้านกิ่วเคียนเคยประสบกับปัญหาอุทกภัย ดินโคลนถล่ม ส่งผลทำให้บ้านเรือนของราษฎรเสียหาย จำนวน 19 หลัง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระองค์ทรงเสด็จมาทอดพระเนตรพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักถาวรของมูลนิธิชัยพัฒนา รวมทั้งได้พระราชทานเงินทุนให้กับกองทุนข้าว และ กลุ่มเทาะเมล็ดมะม่วงหิมพานต์บ้านกิ่วเคียนอีกด้วย
นายนที กล่าวอีกว่า ราษฎรบ้านกิ่วเคียน สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยความจงรักภักดีตลอด จึงน้อมนำแนวพระราชดำริ " คนอยู่กับป่า อย่างเกื้อกูลกัน" และ นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในวิถีชีวิตประจำวัน อีกทั้งเป็นภาคีเครือข่ายกับทางราชการในการพิทักษ์ป่ารักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ เป็นหนึ่งในความสำเร็จ ประชาชนชาวท่าปลาที่อพยพมาจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ได้นำไม้และของในป่ามาปลูกในพื้นที่ของตนเอง
จึงไม่ต้องเบียดเบียนป่าสามารถสร้างพื้นที่ของตนเองให้เป็นป่า สร้างความชุ่มชื่นให้กับระบบนิเวศน์และยังมีรายได้จากการปลูกป่า ส่วนของการพิทักษ์ป่ารักษาสิ่งแวดล้อม บ้านกิ่วเคียน มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ คณะกรรมการหมู่บ้านที่เข้มแข็ง ร่วมบูรณาการกับทางราชการในการดูแลรักษาป่า ที่ผ่านมาไม่ปรากฏมีคดีความผิดเกี่ยวกับการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด นายนที กล่าว.
กิตติพงษ์ ทุนเพิ่ม ทีมข่าวภูมิภาค.