ผู้ว่าฯศรีสะเกษตรวจเข้ม เพื่อรักษาชื่อเสียงทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษที่สร้างรายได้ให้จังหวัดปีละเจ็ดร้อยล้านบาท
วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562 เวลา 12.00 น. ที่แผงลอยร้านขายผลไม้ริมถนนเส้นทางจากบิ๊กซีไปทางอำเภออุทุมพรพิสัย นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยนายอภิชาติ ศรีเหรา จ่าจังหวัดได้ลงพื้นที่ ตรวจติดตาม กำชับ พ่อค้า ผู้จำหน่ายทุเรียนที่ขึ้นป้ายร้านชื่อ ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษทุกร้าน
นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษกล่าวว่ารู้สึกเป็นห่วงผู้บริโภคเนื่องจากกิติศัพท์ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษขึ้นชื่อว่ารสชาติอร่อย กรอบนอกนุ่มใน กลิ่นไม่ฉุน หวานมันพอดี ทำให้ทุเรียนศรีสะเกษขายดีมาก แต่มีเรื่องร้องเรียนจากผู้ซื้อที่พบปัญหาจากการได้รับทุเรียนอ่อน หรือได้รับทุเรียนจากที่อื่นมาจำหน่ายแต่หลอกลวงว่าเป็นทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ทำให้ผู้ซื้อผิดหวังและทำให้เสียชื่อศรีสะเกษมาก ทางจังหวัดได้จัดตั้งสารวัตรทุเรียนให้สอดส่องพ่อค้าที่ขายทุเรียนอย่างเป็นทางการ หากพบพ่อค้าที่ขายทุเรียนอ่อน ทางภาครัฐจะดำเนินการ จับ ปรับ สำหรับผู้กระทำความผิด จะมีบทลงโทษทางกฏหมายอาญามาตรา 271 ผู้ใดขายโดยหลอกลวงด้วยประการใดๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือปริมาณแห่งของอันเป็นเท็จนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ช่วงนี้ใกล้จะถึงเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2019 ซึ่งจะจัดในระหว่างวันที่ 20-30 มิถุนายน 2562 ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นำทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ สู่สายตาชาวโลก เพื่อเชื่อมโยงตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มผลไม้ สู่การพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ ตนจึงลงพื้นที่บ่อยมากเพื่อดูแลกำชับพ่อค้าผู้จำหน่ายให้รักษาคุณภาพการขายทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ อย่าขายทุเรียนอ่อนหรือนำทุเรียนจากที่อื่นมาจำหน่ายแต่หลอกลวงว่าเป็นทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ จะทำให้ไม่ได้รับความเชื่อถือ และรายได้ของชาวสวนจะลดลง ผู้ซื้อจะไม่กลับมาซื้ออีก จะเสียหายไปถึงผลไม้เศรษฐกิจอีกหลายชนิดที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ เช่น เงาะ ลำไย มังคุด ลองกอง ซึ่งโดยรวมแล้วสามารถสร้างรายได้ปีละเจ็ดร้อยล้านบาท
ดร กัลยาณี ธรรมจารีย์ / ศรีสะเกษ