"กองกำลังเทพสตรี" ลุยยึดรถจยย. 3 คัน ก่อนส่งข้ามชายแดน "แม่น้ำกระบุรี"
ฉก.ร.25 กกล.เทพสตรี เข้าตรวจยึดรถจักรยานยนต์คืน จำนวน 3 คัน จากขบวนการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ ขณะกำลังส่งข้ามฝั่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ช่องทางธรรมชาติริมแม่น้ำกระบุรี
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2566 เวลา 19.00 น. พันเอก ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่25 กองกำลังเทพสตรี ได้รับรายงานจากสายข่าวว่า จะมีขบวนการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ ส่งขายข้ามฝั่ง ไปยังประเทศเมียนมา ในพื้นที่ อ.กระบุรี จ.ระนอง จึงสั่งการให้ กองร้อยทหารราบที่ 2521 จุดตรวจศิลาสลัก ร่วมกับชุดปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ทำการซุ่มจับกุมผู้กระทำความผิดทันที
โดยหลังจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า บริเวณช่องทางธรรมชาติ ริมแม่น้ำกระบุรี ซอยท่าเรือ ม.4 ต.มะมุ อ.กระบุรี จ.ระนอง ถูกใช้เป็นช่องทางส่งรถจักรยานยนต์ข้ามไปยังฝั่งประเทศเมียนมา ต่อมาตรวจพบรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับลงสู่ริมลำน้ำด้วยความเร็ว มีชายสวมเสื้อดำเป็นคนขับ เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไปยังท่าเรืออย่างกระชั้นชิด ก่อนรถจักรยานยนต์ถูกลำเลียงขึ้นเรือหางยาว เมื่อผู้กระทำผิด เห็นเจ้าหน้าที่ติดตาม จึงทิ้งรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน ล้มคว่ำอยู่บริเวณริมแม่น้ำ ส่วนผู้กระทำความผิดกระโดดขึ้นเรือ และเร่งเครื่องยนต์เรือหางยาวหลบหนีข้ามแดนไปทันที โดยเจ้าหน้าที่ทหารที่ติดตามแม้จะกระโดดน้ำลงไป แต่ไม่สามารถตะคลุบตัวได้ทัน
และในเวลาถัดมา หลังจากเจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์คันแรกได้สำเร็จ ได้มีชาย จำนวน 2 คน หรือนักบิน ที่รับจ้างขับรถจักรยานยนต์มาส่งข้ามแดน ได้จอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ จำนวน 2 คัน บริเวณริมถนนเพชรเกษม ม.3 ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง โดยมีรถยนต์ไม่ทราบทะเบียนมารับและขับออกไปจากจุดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพบเป็น รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนอีก จำนวน 1 คัน ซึ่งคาดว่ากลุ่มกระทำความผิด ทราบว่าเจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดรถคันแรกไว้แล้ว กลุ่มคนที่เป็นนักบิน มีหน้าที่รับจ้างขับรถจักรยานยนต์มาส่ง จึงทิ้งรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทันที
โดยพฤติกรรม ของขบวนการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ส่งขายข้ามแดน จะแบ่งหน้าที่กันทำ โดยกลุ่มแรก จะเป็นนายหน้า จัดหารถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่จะพบเป็นการดาวน์รถใหม่ออกมา จากนั้นหนีไฟแนนซ์ ส่งรถขายข้ามแดน โดยมีการจัดทำประกันรถสูญหาย กับบริษัทประกันภัยไว้อีกชั้นหนึ่ง กลุ่มสอง คือกลุ่มนักบินจะมีการจัดคนไปรับรถจักรยานยนต์จากนายหน้า ในพื้นที่ จ.ชุมพร จากนั้นจะเดินทางใช้เส้นทางถนนหมู่บ้านแนวชายแดน ผ่าน ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร แล้ว มุ่งหน้าเข้า พื้นที่มายัง อ.กระบุรี จ.ระนอง กลุ่มที่สาม คือกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ ที่มีการจัดคนเฝ้าระวังเส้นทางและเฝ้าระวังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ต้องสงสัย แต่ยังไม่สามารถเอาผิดได้ กลุ่มที่สี่ คือกลุ่มชาวเมียนมาหมู่บ้านฝั่งตรงกันข้าม ที่รับซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในราคาถูก เพื่อนำไปขายต่อในพื้นที่ จะเป็นผู้จัดเรือหางยาว ข้ามมารับรถจักรยยานยนต์ นำข้ามฝั่งตามสถานที่และเวลาที่นัดหมาย
ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ทั้งหมด จำนวน 3 คัน ไว้เพื่อตรวจสอบที่มา และขยายผลการจับกุมขบวนการนี้ต่อไป