ผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี นั่งเรือลุยน้ำท่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมร่วมปรุงอาหารที่ครัวสนาม เพื่อแจกจ่ายแก่ผู้เดือดร้อน
วันที่ 30 พ.ย.64 สืบเนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ กำลังแรง ตลอดระยะเวลาในห้วงสัปดาห์ ที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องส่งผลให้หลายอำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประสบปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ทั้งนี้สถานการณ์น้ำในปัจจุบันเริ่มคลี่คลาย เหลือเพียง 7 อำเภอ จาก 12 อำเภอที่ประสบภัย ซ่งพบว่ายังคงมีน้ำท่วมขัง ทำให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้รับผลกระทบ
โดยเมื่อเวลา 10.30 น. ของวันนี้ (30 พ.ย.64) นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา ผอ.ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี , นายจำนงค์ สวัสดิ์วงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ ตำบลพ่วงพรมคร อำเภอเคียนซา ซึ่งเป็นพื้นที่อีกแห่งที่ประชาชนได้รับผลทบจากสถานการณ์อุทกภัย และได้มีการอพยพประชาชนไปอาศัยยังศูนย์พักพิง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ให้ความสำคัญและมีความห่วงใย จึงได้สั่งการให้จัดตั้ง ครัวสนาม ในการบรรเทาปัญหาปากท้องของประชาชน ที่ อบต.พ่วงพรมคร อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเดินทางมาถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ร่วมปรุงอาหาร เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมพูดคุยให้กำลังใจในการก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้
จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เดินทางไปยังศูนย์พังพิงผู้อพยพชั่วคราวจากเหตุอุทกภัย ที่ศาลาเอนกประสงค์ ม. ที่ 5 บ้านคลองโร ต. พ่วงพรมคร พร้อมได้มอบถุงยังชีพ ให้แก่ 3 ครอบครัว ที่พักอาศัยในศูนย์พักพิงที่ทางหน่วยงานภาครัฐได้จัดเตรียมไว้รองรับผู้ประสบภัยในครั้งนี้ สร้างความปราบปลื้มและตื้นตันใจจากทั้ง 3 ครอบครัวที่ได้รับการช่วยเหลือในครั้งนี้ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เดินทางเข้าเยี่ยม คุณยายแดง สุขแก้ว อายุ 86 ปี ที่บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 5 ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 1 ราย พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือเบื้องต้น จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ คณะได้เดินลุยน้ำไปให้กำลังใจชาวบ้าน ที่อยู่บริเวณดังกล่าวเพื่อพูดคุยให้กำลังใจ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้ขอให้ประชาชนเร่งอพยพสิ่งของไว่ในที่สูง และ ขอให้ย้ายไปอยู่ในศูนย์พักพิงหากพบว่าน้ำยังคงท่วมสูง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย
นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัย ของ จ.สุราษฎร์ธานี ในขณะนี้ เริ่มคลี่คลายลงแล้ว จากเดิมที่มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 12 อำเภอ จาก 19 อำเภอของอำเภอทั้งหมดใน จ.สุราษฎร์ธานี ขณะนี้เหลือเพียงแค่ 7 อำเภอ เท่านั้น ที่มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ คือ อ.พระแสง อ.เคียนซา อ.บ้านนาเดิม อ.พุนพิน อ.นาสาร อ.เวียงสระ และ อ.ชัยบุรี ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ขณะที่การประเมินและการบริหารสถานการณ์น้ำของแม่น้ำตาปี ที่เป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ที่ไหลมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมวลน้ำไหลผ่าน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนที่จะระบายลงสู่ทะเล แต่ในขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง อาจจะส่งผลกระทบเหมือนทุกๆปี แต่ทั้งนี้ทาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีการวางแผนและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ได้มีการแจ้งเตือนประชาชน ในพื้นที่เสี่ยงภัย ได้เคลื่อนย้ายไปยังที่สูง โดยกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการวางแผน ทั้งการดูแลประชาชน และในส่วนจุดพักพิง จุดอพยพ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนให้มากที่สุด ทั้งนี้กรมชลประทานได้มีการสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 52 เครื่อง ให้แก่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด และเพื่อรองรับมวลน้ำที่ไหลมาจาก จังหวัดนครศรีธรรมราช อีกด้วย ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เน้นย้ำ ให้ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ติดตามข้อมูลข่าวสาร และการแจ้งเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะรับมือกับสถานการณ์น้ำที่อาจจะมาอีกในระลอกใหม่
จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ คณะได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ บ้านห้วยลึก ม.ที่ 11 ต. พ่วงพรหมคร เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจประสบปัญหาอุทกภัย พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพให้ราษฎรที่อพยพสิ่งของมายังที่ปลอดภัยจำนวน 3 ครอบครัว ก่อนที่จะเดินทางลุยน้ำไปเยี่ยมราษฎร์ที่ประสบภัยน้ำท่วม ที่บ้านไสเหนือ ม. 7 ต. พ่วงพรหมคร
หลังจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้นำคณะเดินทางบ้านควรคู่ ต.ไทรขึง อ.พระแสง ซึ่งจุดนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ คณะ ต้องนั่งเรือลุยน้ำเข้าช่วยเหลือประชาชน ซึ่งพบว่าบ้านเรือนถูกน้ำท่วมสูง ไม่สามารถเดินทางโดยรถยนต์ ต้องเดินทางโดยทางเรือเท่านั้น โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีและคณะ ได้นำถุงยังชีพ พร้อมด้วย เวชภัณฑ์ยา และ น้ำดื่มเข้าไปช่วยเหลือ และ ได้ขอให้ประชาชนลงสวิตซ์ไฟที่ใช้ในภายบ้าน เพราะน้ำท่วมสูง ประชาชนที่อาศัยบ้านชั้นเดียวไม่สามารถพักอาศัยได้ ส่วนประชาชนที่มีบ้าน 2 ชั้น ต้องอาศัยอยู่บ้านบนเท่านั้น
จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ คณะได้เดินทาง ไปยังบ้านลานเข้ ต. ทุ่งหลวง อ.เวียงสระ เพื่อเยี่ยมราษฎร์ที่ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 3 ครอบครัว ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังศาลาประชาคมประจำหมู่บ้าน ซึ่ง มีผู้ประสบภัยจำนวน 3 ครอบครัวได้อพยพไปอาศัยเป็นการชั่วคราว