ขอนแก่นโชว์นวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบวิถีอีสานไทย ด้วยเมนูอาหาร –เส้นทางท่องเที่ยว สำหรับคนรักสุขภาพ

ภูมิภาค30 พ.ย. 2563 • 13:58 น.
ขอนแก่นโชว์นวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบวิถีอีสานไทย ด้วยเมนูอาหาร –เส้นทางท่องเที่ยว สำหรับคนรักสุขภาพ
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 30 พ.ย.2563 ที่โรงแรมราชาวดีรีสอร์ท แอนด์ โฮเต็ล จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เป็นประธานเปิดโครงการนวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบวิถีอีสาไทย ซึ่งสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาสมรรถนะมนุษย์และการเสริมสร้างสุขภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข.ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้น ท่ามกลางความสนใจจากผู้ที่รักสุขภาพ จากทั่วทั้งประเทศเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก รศ.จินตนาภรณ์ วัฒนธร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาสมรรถนะมนุษย์และการเสริมสร้างสุขภาพ มข. กล่าวว่า ในปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นที่ต้องการของตลาดในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการเพิ่มจำนวนของประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ทุกคนมีความใส่ใจกับการรักสุขภาพ ดังนั้นการจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบใหม่จึงเป็นการท่องเที่ยวแบบบูรณาการสอดแทรกกับการสร้างเสริมสุขภาพ ด้วยการบริโภคนวัตรกรรมอาหารสุขภาพที่นำมาพัฒนาร่วมกันกับอาหารประจำถิ่นในรูปแบบที่ไม่ซับซ้อน โดยเน้นการพัฒนานวัตกรรมอาหารสุขภาพมาประยุกต์กับอาหารประจำถิ่น สอดรับกับนโยบายของรัฐที่พยายามนำอัตลักษณ์อีสาน ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส มาใช้ในการให้บริการ เพราะภาคอีสานนั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสมุนไพรท้องถิ่นที่หลากหลาย “ทีมงานนักวิจัยจึงได้บูรณาการงานด้านต่างๆที่เป็นจุดแข็งของชุมชนในแต่ละท้องที่ของภาคอีสาน โดยเฉพาะด้านทรัพยากรท้องถิ่น ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น ผสานเข้ากับเทคโนโลยี เพื่อสร้างนวัตกรรมแบบใหม่ที่จะเอมโยงร้อยเรื่องราวต่างๆไว้ด้วยกัน ดังนั้นผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวจะได้เข้ารับการดูแลสุขภาพแบบวิถีอีสานไทย ทั้งการท่องเที่ยวในเส้นทางสุขภาพขอนแก่น-ชัยภูมิ การเข้ารับบริการการนวดผสมผสานรูปแบบใหม่ หรือนวดคีตนาคราช ที่ช่วยลดสารสื่อประสาท จัดการของเสียผ่านระบบไหลเวียน เปลี่ยนแปลงกลไกของสมองงการตอบสนองในเรื่องของความเครียด ช่วยกระตุ้นหมุนเวียนกล้ามเนื้อชั้นลึกและเพิ่มการกำจัดชองเสยผ่านระบบน้ำเหลือง ซึ่งการนวดคีตนาคราชเหมาะกับกล้ามเนื้อที่แฝงด้วยจุดกดเจ็บ เพราะแรงนวดนั้นจะบรรจงกดไล่ลงทีละชั้นเมื่อหลอดเลือดขยายตัวนำเลือดและออกซิเจนไปได้ดีขึ้นก็จะทำให้จุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อนุ่มตัวและหายปวดได้” รศ.จินตนาภรณ์ กล่าวต่ออีกว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ทุกคนจะได้รับประทานอาหารสุขภาพตรงตามหลักวิชาการในทุกมื้อ ไม่ว่าจะเป็นข้าวต้มปลาทรงเครื่อง ,มาการองไส้ลาบและผักเขียว ,เอแคร์ผักโขม, แครกเกอร์กุ้งฝอย ,ซูชิข้าวเม่า หมกนางวันทอง,ชาผักชีลาว,แกงยอดอ้อย,ข้าวต้มแห้งกัลปพฤกษ์,นมกล้วยผสมอบเชย,ฟักทองคั่วพริกเกลือ,โจ๊กข้าวไรซ์เบอรี่อกไก่หมัก,แกงผักหวายปลาย่าง และเทมปุระผัก รวมไปถึงเมนูสุขภาพจากผลงานนักวิจัยที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถรับประทานได้ในทุกวันตรงตามหลักโภชนาการด้านสุขภาพได้อย่างครบถ้วน